‘ชัชชาติ’ จ่อตั้งคณะ 3 จว. กทม.-นนท์-ปทุมฯ แก้ระบายน้ำ ชมผู้ว่าฯ นนท์รู้ละเอียดเหมือนดูฝ่ามือตัวเอง

6.10.22 | 20:00 น.

‘ชัชชาติ’ จ่อตั้งคณะ 3 จว. กทม.-นนท์-ปทุมฯ แก้ระบายน้ำ ชมผู้ว่าฯ นนท์รู้ละเอียดเหมือนดูฝ่ามือตัวเอง

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 6 ตุลาคม ที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี แถลงผลการหารือร่วมกันในวันนี้ เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ปัญหาเพื่อดูแลประชาชน โดยมีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกทม.และจาก นนทบุรี

นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่คณะจากกรุงเทพฯ มาเยี่ยมแล้วหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองปากเกร็ด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ โดยมีเรื่องที่พูดคุยกันประเด็นหลัก 2 เรื่อง คือเรื่องการจราจรและน้ำท่วม เนื่องด้วยทั้ง 2 ส่วนนี้มีสภาพไหลไปมาเชื่อมถึงกัน และน้ำท่วมที่ผ่านมาก็มีส่วนที่เชื่อมต่อกันหลายพื้นที่

เช่น คลองบางเขน กรุงเทพฯรับผิดชอบดูดออกแม่น้ำเจ้าพระยา ก็รับน้ำจากหลายคลองใน จ.นนทบุรี  หรือ คลองบ้านใหม่ ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นพื้นที่ 3 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรีและปทุมธานี ถ้าได้มีการบริหารจัดการร่วมกัน สามารถบริหารจัดการน้ำร่วมกันได้จะทำให้การระบายน้ำจากคลองเปรมประชากร ทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือแม้กระทั่งคลองส่วย ซึ่งเป็นคลองหลักที่ขนานอยู่กับคลองประปา และมาลงคลองบางเขน ถ้าเราบริหารจัดการได้ดีร่วมกันได้สุดท้ายจะทำให้น้ำจากนนทบุรีและกรุงเทพฯ ต้องมีโครงการที่ร่วมมือต่อกัน

“วันนี้ก็ได้หารือในหลายๆเรื่อง กรุงเทพมหานครก็จะรับผิดชอบคลองบางเขน ซึ่งเป็นตัวรับน้ำจากคลองส่วย มีบางจุดที่ยังทำเขื่อนไม่พร้อม กำลังสูบที่ปลายทางต้องพยายามทำให้ดีขึ้น คลองบ้านใหม่ด้านบน ก็จะไปหารือร่วมกับปทุมธานีและนนทบุรี เพื่อหาทางระบายน้ำออกทางคลองบ้านใหม่ ให้มากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการการก่อสร้าง” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า วันนี้ก็ได้มีอีกหน่วยงานหนึ่งนั่นก็คือกรมทางหลวง ที่ได้มาประชุมด้วย และกรมทางหลวงเองมีโครงการสำคัญ ซึ่งทางกทม.ก็ไม่ได้ทราบมาก่อน คือการทำอุโมงค์ระบายน้ำที่อยู่ใต้ถนนจากคลองเปรมฯไปจนถึงริมแม่น้ำบริเวณจังหวัดนนทบุรี ก็จะช่วยการระบายได้แต่ว่าในระหว่างทางก็คงต้องดูแลให้ดี

Advertisement

“มีข้อสรุปกับท่านผู้ว่าฯนนทบุรีว่าจะตั้งคณะทำงานร่วมกันใน 3 จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพฯ เพื่อหารืออย่างใกล้ชิดเรื่องการระบายน้ำเพราะน้ำส่งต่อเป็นทอดๆ เพราะฉะนั้นต้องมีการประสานงาน เพื่อให้น้ำไร้รอยต่อ และสามารถเชื่อมได้ ต้องเรียนว่าทั้ง 3 ท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาก ท่านผู้ว่าฯนนทบุรีก็เคยอยู่จังหวัดนนทบุรีมาก่อน ท่านนายกทั้ง 2 ท่านก็อยู่นนทบุรีมา 30 ปี พูดเรื่องน้ำเหมือนดูฝ่ามือตัวเอง รู้ละเอียด เพราะฉะนั้นการทำงานร่วมกันก็จะเป็นประโยชน์ ทั้งกทม.นนทบุรี และประชาชนทั้งหมด ซึ่งในขณะทำงานก็จะเชิญทั้งกรมทางหลวงและทางหลวงชนบท มาร่วมด้วยเพื่อให้ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างดี” นายชัชชาติ กล่าว

นายสุธี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีของจังหวัดนนทบุรีที่ผู้ว่าฯชัชชาติ ได้ให้เกียรติมาหารือปัญหาร่วมกันเพราะอย่างที่ผู้ว่าฯชัชชาติพูดว่าทั้งน้ำและรถไหลไปมาหากัน ไม่รู้ว่าตรงไหนเขตใคร จากที่เราคุยกันวันนี้ ก็ได้ทราบข้อปัญหาร่วมกัน ทั้งเรื่องรถติด ก็จะกระทบไปกรุงเทพฯ กรุงเทพฯรถติดก็จะกระทบต่อนนทบุรี

“เรื่องน้ำ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(3 ต.ค.) มีปัญหาทั้งสองฝั่งทั้งนนทบุรี และกรุงเทพฯ ก็มาคุยกันว่าเกิดจากปัญหาอะไร แต่ละด้านจะทำอย่างไร ซึ่งได้ข้อเสนอร่วมกันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะที่สำคัญก็คือเราจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ในเรื่องของน้ำเพราะว่ายังต้องมีจังหวัดปทุมธานีเข้ามาเกี่ยวข้อง ตรงนี้เดี๋ยวคงได้คุยกัน และคุยในคณะทำงาน ส่วนแนวทางแก้ไขอย่างไร เป็นพื้นที่ใครรับผิดชอบ หน่วยงานไหนก็ให้นำไปทำโครงการแก้ไขปัญหา เพื่อที่จะรับน้ำต่อกันและกัน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ” นายสุธีกล่าว

นายสุธี กล่าวต่อว่า ถือว่าเป็นบรรยากาศการทำงานระหว่างจังหวัดที่ดี ซึ่งตนเคยอยู่ตอนเป็นรองผู้ว่าฯ จังหวัดนนทบุรีก็ยังไม่เคยมีบรรยากาศทำงานอย่างนี้ ต่อไปตนคิดว่าต้องดีกว่าสภาพปัจจุบันที่ผ่านมา ซึ่งถ้าเราสามารถทำงานร่วมกันแบบนี้ได้ก็จะทำให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวเสริมว่า ในอนาคตข้างหน้าคงไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ ทั้งเรื่องสาธารณสุขการศึกษา เพราะประชาชนเดินทาง ถ้าสามารถทำให้เข้มแข็งร่วมกันได้ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนการหารือในมิติอื่นที่ต่อเนื่องจากนี้ด้วย ถ้าจะหนักใจคงหนักใจเรื่องน้ำเหนือ แต่เราทำเต็มที่

นายสุธี กล่าวอีกว่า หากคณะกรรมการปล่อยน้ำลงมาไม่เกินปริมาณ 3,100 ลบ.ม.ต่อวินาที ทางนนทบุรี สามารถรับได้ และรอด กทม. ก็รอด

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า แต่ในส่วนของกทม.อาจมีอีกประเด็นหนึ่งคือน้ำจากป่าสักชลสิทธิ์ เพราะแบ่งออกเป็น 2 ทางเขื่อนพระราม 6 ออกเจ้าพระยาหรือลงทางฝั่งตะวันออกหากปล่อยมาทางนี้เยอะก็โดนนนทบุรีแต่ ถ้าปล่อยมาทางนี้น้อยก็จะโดนทางฝั่ง ตะวันออกของเรา ซึ่งกทม.ต้องรับ 2 ด้าน จึงได้สั่งการให้ เตรียม big bag ไปฝั่งตะวันออกเพิ่ม ในจุดที่อ่อนแอ ซึ่งสั่งบรรจุไปแล้วจำนวน 1,000 ลูก ก็จะนำไปเสริมฝั่งตะวันออก ทั้งเตรียมเสริมในแนวเฝ้าระวังตั้งแต่คลองหกวาสายล่าง ต่อไปเป็นประตูคลองหม้อแตก พระยาสุเรนทร์คลองสามวาไปจนถึงคลอง 12 และจบคลอง 13 ของกรมชลประทาน โดยเอา big bag ไปกั้นทางน้ำที่จะไหลหลากลงมา โดยเป็นการเตรียมเผื่อไว้ก่อนตอนนี้น้ำยังไม่ไหลรากซึ่งมีการบรรจุที่บึงหนองบอน