หน้าแรก ในประเทศ ศปมผ.จมเรือปร...

ศปมผ.จมเรือประมง 8 ลำสุดท้าย เป็นปะการังเทียมเร่งฟื้นฟูจำนวนสัตว์น้ำ

15.11.16 | 13:15 น.

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.)โดยการนำของนาวาเอกสหพล ประเสริฐธีรพงศ์ ประจำสำนักงานเลขานุการ ศปมผ. พร้อมด้วย ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้ตรวจราชการกรมประมง ได้นำคณะพร้อมสื่อมวลชนลงเรือตรวจประมงทะเล 618 เพื่อเดินทางไปทำการจมเรือประมงจำนวน 8 ลำ ในทะเลห่างจากฝั่งจังหวัดเพชรบุรีประมาณ 12 ไมล์ทะเล ซึ่งเรือประมงดังกล่าวเป็นเรือประมงที่รัฐบาลรับซื้อจากผู้ประกอบการประมงที่ใช้เครื่องมือประเภทอวนรุน ที่นับเป็นอีกเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการทำการประมงสูง ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำลดจำนวนลงอย่างมาก

จากแนวทางการช่วยเหลือที่ 3 ของ ศปมผ. ให้ชาวประมงที่ต้องการจะหันไปประกอบอาชีพอื่น รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือด้วยการรับซื้อเรือคืนจากชาวประมงในราคาร้อยละ 50 ของราคาประเมินเรือ ไม่คิดค่าเครื่องยนต์และอุปกรณ์อื่น ซึ่งมีเรือที่เข้าร่วมมาตรการนี้จำนวน 48 ลำ ขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไปนั้น  กรมประมงได้นำเรือที่จัดซื้อคืนจากชาวประมงไปจัดทำปะการังเทียม ใช้วงเงินในการจัดซื้อเรือจำนวน 139 ล้านบาท จัดจ้างเอกชนมาทำความสะอาดและเทซีเมนต์เพื่อให้เป็นน้ำหนักถ่วงเรือจำนวน 5.7 ล้านบาท โดยเริ่มทำการจมเรือประมงตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม จมไปแล้วจำนวน 32 ลำ และได้ทำการจมเรือเพิ่มเติมในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน อีกจำนวน 16 ลำ โดยในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ทำการจมเรือประมง 8 ลำสุดท้าย ซึ่งการลดจำนวนประเภทเรืออวนรุน คาดว่าจะทำให้จำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลในน่านน้ำประเทศไทยจะมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น เป็นการรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืนต่อไป อันเป็นแนวทางที่ ศปมผ.จะต้องเดินหน้า แก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ต่อไป

201611151155542-20111227181521

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้ตรวจราชการกรมประมง กล่าวว่า การจมเรือประมงเพื่อทำปะการังเทียมในพื้นที่ทั้งหมดนั้น ก็เพื่อต้องการให้เป็นแหล่งเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเล แต่จะสัมฤทธิผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่นั้น ก็ต้องติดตามผลในระยะยาว ส่วนผลในระยะสั้นนั้น เป็นเรื่องของการส่งเสริมให้จุดที่จมเรือประมงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลก่อน ซึ่งก็คาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจไปชมกันเป็นจำนวนมาก