‘ชัชชาติ’ อยากเห็นปชช. เปล่งประกาย ลั่น รัฐเผด็จการ ‘จัดการ แต่ไม่เคยฟัง’ ไม่มีทางสร้าง ‘พลเมืองโลก’ ยกคำเชคสเปียร์ ย้ำเมืองคือคน ไม่ใช่อุโมงยักษ์ระบายน้ำ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ Voice Space ถนนวิภาวดีรังสิต นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ร่วมงาน ‘TCF Talk 2022 Global Citizen เป็นอะไรก็ได้ ที่อยากจะเป็น คนไทยต้องเก่งให้จริงแล้วไปยืนบนเวทีโลก” จัดโดยมูลนิธิไทยคม ซึ่งมี ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ หรือหนึ่ง พี่สาวร่วมฟังในงานด้วย
โดย นายชัชชาติได้กล่าวเปิดเวทีว่า วันนี้ตื่นเต้นเพราะพี่สาวมานั่งฟังด้วย เดี๋ยวพูดผิด
จากนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า วันนี้คงพูดเรื่องพลเมืองโลก (Global Citizen) มุมมองของเมือง ตนว่าเราใช้เวลา 100 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในเมือง เพราะฉะนั้น พลเมืองโลก คือเมืองต้องมีส่วนทำ ถ้าเมืองไม่ดีพอ ตนว่าจะไม่สามารถสร้างสรรค์ประชากรโลกได้
เขาบอกให้ Build the city that empower people ทำอย่างไร ตรงนี้เป็นโจทย์ที่เราคิดตั้งแต่ต้น ถามว่าทำไมเราต้อง Empower ต้องมอบอำนาจให้กับประชาชน ถามว่าทำไมเราไม่เอาอำนาจไว้ที่ตัวเอง แล้วทำโครงการต่างๆ ตามที่เราคิด

“ผมชอบคำนี้ เชคสเปียร์เคยพูดไว้ในบทละครนาน 200 ปีแล้ว What is the city but The people? เพราะฉะนั้นเมือง ไม่ใช่อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ แต่คือคน” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวถึง การประกวด Portrait ที่ริเวอร์ซิตี้ ว่างานวันนั้นมีศิลปิน 250 คน และจัดแสดงอยู่ 80 คน ตนเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถไม่น้อยกว่าใคร เป็นศิลปินระดับโลก (Global Artist) ได้เลย แต่เมืองไม่สร้างโอกาสให้เขา
“ถามว่าความจริงแล้วเราขาดอะไร ผมเชื่อว่า When Empower the People you Empower the City (เมื่อให้พลังประชาชนคุณให้พลังกับเมืองด้วย) ผมเชื่อว่าเราไม่สามารถ Empower The City โดยที่ประชาชนยังไม่สามารถเปล่งประกายพลังเขาออกมาได้ หน้าที่ของเมืองต้อง Empower People”
“ผมว่าสิ่งที่ขาดคือ Trust คือเราไม่ไว้วางใจภาครัฐ รัฐเองก็ไม่ไว้ใจเรา หลายครั้งรัฐมองเราเป็น หนี้สิน (Debt) รัฐไม่ได้มองเราเป็นทุนของเมือง รัฐคอยจัดการ คอยให้ แต่รัฐไม่เคยฟังเรา รัฐคิดว่ารัฐเก่งกว่าเรา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ หน้าที่เมืองคือต้องสร้างความไว้ใจขึ้น ระหว่างประชาชนกับเมืองให้ได้

“ต้องเริ่มจาก People Centric ก่อนเลย เอาคนเป็นศูนย์กลาง ต้องมีผู้นำที่เข้าใจตรงนี้ มีการมีส่วนร่วม มีความคิดสร้างสรรค์ การสร้างโอกาสให้ประชาชนต้องมีความโปร่งใส
ถ้ารัฐเต็มไปด้วยทุจริต คอร์รัปชั่น ไม่มีทางสร้างความไว้ใจได้ มีความร่วมมือ ความเท่าเทียม ความเห็นอกเห็นใจกัน และการกระจายอำนาจยุติธรรม เมื่อไหร่ที่ไม่มีความยุติธรรมก็ไม่สามารถสร้างความไว้ใจได้” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่า ความไว้ใจ สำคัญกับทุกอย่าง งบประมาณไม่มีก็ไม่สำคัญเท่ากับการสร้างความไว้ใจ มีงบประมาณล้าน แสนล้านก็ไม่สามารถสร้างงบประมาณได้ ถ้าคุณไม่เข้าใจบริบท และหัวใจของเมือง คือต้องสร้าง ความไว้ใจ และแลกเปลี่ยนกันระหว่างประชาชน

“กรุงเทพฯเรามี 2 เลข คือ 1 กับ 98 ซึ่ง 1 คือเราเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก แต่ 98 คืออันดับความน่าอยู่ ต่ำต้อยนิดหน่อย แต่เมื่อเทียบจาก 140 ประเทศ เราต่ำกว่าครึ่งด้วย เพราะฉะนั้นคนอยากมาเที่ยวกรุงเทพฯ 5-10 วัน สนุกดี มันอเมซิ่ง แต่ถ้าให้อยู่ทั้งชีวิตก็เหนื่อยเหมือนกันนะ รถติด มลภาวะ ฝุ่น PM2.5 นี่คือโจทย์สำคัญในการดึง Global Citizen มากรุงเทพฯ ถ้าเราแก้ไม่ได้ก็ยาก” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า อย่างหนึ่งที่เราทำ เรามี People Centric เรามีผู้ว่าฯสัญจร แทนที่จะประชุมที่ กทม. ทุกวันอาทิตย์หรือวันเสาร์ เราออกไปตามเขต 50 เขต ไปลุยดูประชาชนตามเขต ให้เข้าใจปัญหาประชาชน ไปดูที่เขตจะมีปัญหาอย่างไร เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางเป็นที่ตั้ง ทุกเขตกระตือรือร้น เพราะเราไม่บอกล่วงหน้าว่าเราประชุมเขตไหน จะบอก 2 วันล่วงหน้า
“อย่างเมื่อวานก็บอกว่า จะไปประชุมที่ดินแดงอาทิตย์นี้ เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาทุกเขตก็ตื่นเต้นเพราะไม่รู้เราจะลงเมื่อไหร่ ผมว่าแค่เปลี่ยนวิธีคิดการบริหารจัดการเปลี่ยนคนใส่ใจประชาชนมากขึ้น ผมว่าผู้นำต้องทำให้เป็นตัวอย่าง เราบอกเขาดูแลประชาชน น้ำท่วมอยู่ห้องไม่ไปดูเลย เป็นไปได้หรือ ถ้าอยากให้เขาฉลาด เขาเก่ง ผู้นำเองก็ต้องอ่านหนังสือหาความรู้ ถ้าอยากให้เขาโปร่งใสเป็นผู้นำ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ผู้นำเป็นตัวสำคัญที่จะสร้างความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับภาครัฐ” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เราทำความโปร่งใส เราเปิดข้อมูลให้กับทุกคนเห็น เอางบประมาณขึ้นเว็บไซต์เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ กทม. ที่เอาข้อมูลดิจิทัลขึ้นออนไลน์ ไม่ใช่ไฟล์ PDF เพราะที่ผ่านมาเป็น ไฟล์ PDF เหมือนถ่ายเอกสาร แต่ PDF ไฟล์ เอาไปทำต่อไม่ได้ เดือนแรกผมจำได้ว่าเราเขียนเป็นคำสั่ง ให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยข้อมูล ในรูปแบบที่ Readable หรือ Excel ที่นำมาใช้ต่อได้ พอเราเอางบประมาณขึ้น มีคนรุ่นใหม่เอาไฟล์พวกนี้ไปขยายต่อ ไปติดตามต่อว่าเอาเงินหรือภาษีไปใช้อะไรบ้าง พอเขาเห็นความโปร่งใส เขาเกิดความไว้ใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเราได้
“ผมว่ารัฐที่จะสร้าง Global Citizen ได้ ต้องเป็นรัฐที่โปร่งใส รัฐที่รับผิดชอบและที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดรัฐเผด็จการไม่มีทาง เพราะเผด็จการ 3 ข้อนี้ไม่มี เผด็จการ ผมว่าประชาชนไม่ได้ Empower โอกาสที่จะเป็นพลเมืองโลก ยาก แต่ถ้าหากเราเชื่อใจกัน เราสร้างรัฐที่เป็น Open Bangkok Open Thailand ได้ ผมเชื่อว่าประชาชนจะมีพลังและสามารถเปล่งประกายได้มากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติยังกล่าวถึงการทำงานของ กทม. โดยเปรียบเทียบระหว่างอดีตและปัจจุบันว่า ทราฟฟี่ฟองดูว์ เป็นแอพพ์ตัวหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้วเราไม่ได้คิด รัฐบาลคิดมา 4 ปีแล้ว เป็นแอพพ์ที่ใช้แจ้งเหตุ แต่ก่อนทำงานราชการใน กทม.จะเป็นการทำงานแบบท่อ (SILO) แต่ละเขตแต่ละฝ่ายก็จะเป็น SILO คือไม่ได้คุยกันเพราะฉะนั้นงานจะไหลช้ามาก แต่พอเราเอาแพลตฟอร์มหรือเอาดิจิทัลมาเจาะนั้น ทำงานง่ายขึ้น
“แต่ก่อนการทำงานราชการจะเป็นท่อ สมมติเรามีปัญหาก็จะยื่นมาให้กับผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯก็บอกรองผู้ว่าฯ ไปดู ไปยังปลัดฯ รองปลัดฯ พนักงานสำนัก โอ้โห มีท่อยาวมากเลย กว่างานจะแก้ปัญหาได้ และทุกคนก็พยายามรักษาท่อตรงนี้ หรือคอนเนคชั่น ถ้าใครมีคอนเนคชั่นดี ท่อใหญ่เลื่อนออกไปเร็ว ถ้าเป็นคนแบบรากหญ้าจะไม่มีคอนเนคชั่นก็ท่อตีบ เรื่องเดินช้ากว่าจะถึง บางคนก็ไม่ได้เดินเลย อยู่ใต้พรม เพราะฉะนั้นคือรูปแบบเดิมของการทำข้าราชการ โดยใช้ท่อ” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ตัวอย่างที่เห็นชัด คือหนังสือราชการถึงผู้ว่าฯ คนมาร้องเรียน รับเรื่องมากว่าจะถึงผู้ว่าฯ ต้องผ่าน 7 ลายเซ็นต์ มากสุดที่เคยเจอ 14 ลายเซ็นต์ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่งมาถึงผู้ว่าฯ

“นี่คือท่อที่ช้าและไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนเบื่อ ไม่ไว้ใจระบบราชการเพราะช้า ส่วนเอกชนไม่ใช้ท่อแล้ว ใช้แพลตฟอร์ม ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยวก็สั่งส่งไปยังแพลตฟอร์ม ใครเห็นก็หยิบไปทำเลย ไม่ต้องรอให้มีคนสั่ง เพราะฉะนั้นจะทำได้ไหม ให้ประชาชนสั่งแล้วเอาคำสั่งประชาชนไปแก้ไข ก็ทำโดยระบบทราฟฟี่ฟองดูว์” นายชัชชาติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวถึงสวนสาธารณะที่นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้ว่า ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 2 วัน มีสุนัขเข้ามา 1,460 ตัว
“สุนัขกรุงเทพฯ คงไม่ค่อยมีที่เดิน แล้วคนมาเพิ่ง 4,000-5,000คน เพราะคนมาดูสุนัข คนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงก็มาเล่นกับสุนัขคนอื่น เริ่มที่สวนเบญจกิติ ซึ่งเป็นมุมมองที่ทำให้เมืองน่าอยู่” นายชัชชาติกล่าว


