‘สหภาพคนทำงาน’ ควงเคียวเดินขบวน ตัดโซ่ตรวนหนี้ จี้ รบ. 5 ข้อ หน้าองค์การสหประชาชาติ ‘ปรับโครงสร้างค่าจ้าง’ ไม่เอาขั้นต่ำ ‘ทำงาน 20 ปียังได้เท่าเดิม’
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่บริเวณหน้า United Nations ESCAP องค์การสหประชาชาติ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สหภาพคนทำงาน และเครือข่าย อาทิ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จัดกิจกรรม “วันงานที่มีคุณค่า” (World Day for Decent Work) เพื่อย้ำเตือนสังคมว่า คนทำงานหาใช่ทาส หรือหุ่นยนต์ ต้องการอาชีพที่ดีกับชีวิต ต้องการการจ้างงานที่มั่นคง ปลอดภัย มีเกียรติ์ มีค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และให้อิสรภาพในการรวมกลุ่มต่อรอง ส่งเสริมสิทธิของความเป็นมนุษย์ ทั้งในที่ทำงานและนอกที่ทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหภาพคนทำงาน เดินทางมารวมตัวบริเวณถนนราชดำเนินกลาง พร้อมรถโมบายที่ติดป้ายข้อความว่า “วันแห่งศักดิ์ศรี วันงานที่มีคุณค่าสากล” ก่อนตั้งแถวเคลื่อนขบวนไปยังหน้า องค์การสหประชาชาติ เพื่ออ่านแถลงการณ์แรงงานเนื่องในวันงานที่มีคุณค่าสากล โดยผู้ร่วมขบวนเป็นสมาชิกสหภาพคนทำงานจากหลากหลายจังหวัด เดินขบวนพร้อมถือธงของกลุ่ม รวมถึงเคียวเกี่ยวข้าวจำลอง เพื่อสื่อถึงผู้ใช้แรงงาน

นายชิตพล พรหมดนตรี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฟ้า (สร.รฟฟ.) กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า เรามีส่วนร่วมในการบริหาร พัฒนาประเทศ และเราจัดกิจกรรมถูกต้องตามข้อกฎหมาย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ใช้ภาษีอย่างถูกต้อง
ก่อนกล่าวปลุกใจผู้ร่วมขบวนว่า “สู้ ไม่สู้”
จากนั้น นายวิไล หนึ่งในแกนนำ กล่าวปราศรัยถึงเรื่องการปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับหลักการงานที่มีคุณค่าสากล และโครงสร้างค่าจ้าง การควบคุมราคาสินค้า


นายวิไลกล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำปรับแล้ว ดีใจหรือไม่ เช้าไปทำงาน เย็นไปหาเงิน ชีวิตก็มีอยู่แค่นั้น ค่าแรงขั้นต่ำโครงสร้างค่าจ้างที่เรียกร้องไปยังเจ้านาย คือ ค่าจ้างขั้นต่ำไม่ควรจะมี ควรจะยกเลิกค่าจ้างขั้นต่ำได้แล้ว
“การปรับโครงสร้างค่าจ้าง เป็นเรื่องที่เป็นธรรมกับผู้ใช้แรงงาน ค่าจ้างขั้นต่ำมันควรจะเป็นค่าจ้างแรกเข้า ไม่ใช่ค่าจ้างขั้นต่ำก็ต่ำกันมา ทำงาน 10 ปีก็ยังต่ำอยู่ ทำงาน 20 ปีก็ยังมีค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ แบบนี้ประชาชน พี่น้อง ชาวไร่ ชาวนาก็เดือดร้อนเหมือนพวกเราด้วย กลับบ้านต่างจังหวัดที ค่าแรงขั้นต่ำไม่พอกิน ไม่พอเติมน้ำมันกลับบ้าน กลับไปยังต้องแบ่งข้าวสารจากพ่อจากแม่กลับมาอีก นี่แหละความอัปยศของค่าจ้างขั้นต่ำ มันไม่พอกิน ผิดกับหลักการ ILO ที่ทั่วโลกเขาปฏิบัติตาม

ค่าจ้าง 1 คน สามารถดูแลเลี้ยงชีพคนในครอบครัวได้ 3 คน แต่ของเราค่าจ้างขั้นต่ำ เช้าเติมน้ำมันไป 20 กิโลเมตร ขับไปทำงาน ขากลับบ้าน 20 กิโลเมตร หมดแล้ว 350 บาท รัฐบาลควรจะเลิกค่าจ้างขั้นต่ำ ปรับเป็นโครงสร้างให้เป็นค่าจ้างแรกเข้า หลังจากนั้นทุกปีต้องมีการปรับขึ้นโดยอัตโนมัติตามผลงานของแต่ละคน วันนี้เราจึงมาเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญเรื่องค่าจ้าง ปรับให้เข้ากับหลักสากล” นายวิไลกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถึงหน้า องค์การสหประชาชาติ มีการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ความตอนหนึ่งระบุว่า งานที่มีคุณค่า คืองานที่ให้ค่าคนทำงาน

จากนั้น มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการตัดโซ่ตรวนกระสอบหนี้สิน ที่ถูกล็อกไว้กับคอเกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน รวมถึงมัดเชือกตัวแทนที่แต่งกายเป็นนายทุน เพื่อสื่อถึงการถูกขูดรีด ก่อนอ่านแถลงการณ์ ความว่า
เนื่องด้วยทุกวันที่ 7 ตุลาคม นับเป็นวันงานที่มีคุณค่าสากลเพื่อย้ำเตือนความเป็นธรรมให้กับแรงงานทั่วทุกแห่งหน ทุกสัญชาติ เชื้อชาติและเพศสภาพ ให้ได้มีการจ้างงานที่มั่นคง มีความปลอดภัยในการทำงาน มีเกียรติ์ศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ และมีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสียงเรียกร้องต่อรอง สร้างสรรค์ประชาธิปไตยในที่ทำงาน เราจึงมารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้เพื่อตอกย้ำความสำคัญดังกล่าว

ปัจจุบันนี้ พวกเราเห็นว่าสภาพการจ้างงานของแรงงานในไทยไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบ นอกระบบหรือแรงงานข้ามชาติก็ตาม โดยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเป็นไปตามบรรทัดฐานของงานที่มีคุณค่า ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในสถานการณ์โควิดล่าสุด แรงงานจำนวนมากถูกเลิกจ้างลอยแพ ส่วนผู้ที่ไม่ถูกเลิกจ้างก็พบกับสภาพการทำงานที่หนักหน่วง ไม่เป็นธรรม ไร้ทางเลือกในการรวมตัว ไม่มีอำนาจต่อรอง
ในสภาวะที่สิทธิแรงงานถดถอย ประชาชนเผชิญหน้ากับวิกฤตค่าใช้จ่าย นี่คือสภาพความเป็นอยู่ที่เรายอมรับไม่ได้ สหภาพคนทำงานขอแสดงเจตจำนงทั้งหมด 5 ข้อ ในนามของผู้ใช้แรงงาน ทั้งสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในการจ้างงานซึ่งขาดคุณค่าและผู้ที่ต้องการให้งานที่มีคุณค่าของตนดำรงอยู่ต่อไป
1.รัฐบาลไทยต้องให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการใช้อำนาจต่อรองของคนทำงานถ้วนหน้า
2.รัฐบาลไทยต้องรับรองหลักการค่าจ้างเพื่อการดำรงชีพที่มีคุณภาพโดยปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย 723 บาทต่อวัน เท่ากันทุกจังหวัดทั่วประเทศ
3.รัฐบาลไทยต้องมุ่งผลักดันให้คนทำงานทุกภาคส่วนได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายแรงงานฉบับเดียวกัน
4.รัฐบาลไทยต้องจัดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมภายในปี 2565 และให้สิทธิแรงงานข้ามชาติเลือกตั้งผู้แทนคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน
5.รัฐบาลไทยต้องหยุดละเมิดสิทธิแรงงานและต้องสนับสนุนหลักการประชาธิปไตยทั้งในประเทศไทย ในอาเซียนและในประชาคมโลก
เพื่อสังคมเป็นธรรมกับคนทำงานทั้งผอง
สหภาพคนทำงาน



