‘ทวิดา’ หารือโปรแกรมเมอร์ไทย สนใจแอพพ์ ‘ไทยต้องรอด’ เล็งเชื่อม ‘หมอ กทม.’

7.10.22 | 18:57 น.

‘ทวิดา’ สนใจแอพพ์ ‘ไทยต้องรอด’ เล็งเชื่อม ‘หมอ กทม.’ หารือโปรแกรมเมอร์ไทย จัดงาน ‘National Coding Day’

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 23 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องการจัดงาน National Coding Day และรับฟังการนำเสนอระบบแฟลตฟอร์ม ของ “ไทยต้องรอด” การนำเสนอระบบการบริหารจัดการรับของบริจาค ร่วมกับสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย และผู้แทนจากหน่วยงาน Dr. ASA

ในการประชุมวันนี้มี นายประสพสุข พิมพโกวิท รองผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล นายพิพัฒน์ พิเชฐจำเริญรองนายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย พว.วรนิชาญานันท์ อิโตะ เลขานุการมูลนิธิ SDGs Thailand ผู้แทนหน่วยงาน Dr. ASA และเจ้าหน้าที่จากสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ร่วมประชุม

ทั้งนี้ ในที่ประชุม สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย นำเสนอการจัดงาน National Coding Day ซึ่งภายในงานมีจัดการแข่งขัน Hackathon : Bangkok Digipolis เป็นการนำไอเดีย มาต่อยอดเป็น Proof of concept ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของงาน National Coding Day ภายใต้ธีม ‘Anyone Can Code’ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์นี้ ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค – BITEC บางนา

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแข่งขันหุ่นยนต์ การแข่งขันโดยนักเรียนนิสิตนักศึกษา การจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ เป็นต้น โดยทางสมาคมฯ ขอหารือโจทย์การแข่งขันจากทางกรุงเทพมหานครสำหรับการจัดงานดังกล่าว

Advertisement

ผศ.ดร.ทวิดากล่าวถึงปัญหาด้านต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการนำความคิดของผู้เข้าแข่งขัน Hackathon ต่อยอดและสามารถนำมาพัฒนากรุงเทพมหานครได้ โดยอยู่ภายใต้นโยบาย 9 ด้าน ของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คือปลอดภัยดี เดินทางดี สุขภาพดี สร้างสรรค์ดี สิ่งแวดล้อมดี โครงสร้างดี บริหารจัดการดี เรียนดี และเศรษฐกิจดี และแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ตามยุทธศาสตร์ 7 ด้าน ได้แก่ การสร้างเมืองปลอดภัยและหยุ่นตัวต่อวิกฤตการณ์ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการบริหารเมืองรูปแบบอารยะสำหรับทุกคน การเชื่อมโยงเมืองที่มีความคล่องตัวและระบบบริการสาธารณะแบบบูรณาการ ส่งเสริมการสร้างเมืองประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม การต่อยอดความเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการเรียนรู้ และการสร้างความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการมหานคร

นอกจากนี้ ผู้แทนหน่วยงาน Dr. ASA นำเสนอแพลตฟอร์ม “ไทยต้องรอด” ซึ่งสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทยร่วมมือกับโปรแกรมเมอร์จิตอาสา ได้ร่วมจัดทำแอพพลิเคชั่นช่วยจัดการ Home Isolation ของผู้ป่วยโควิด และช่วยจัดระบบการจัดการของบริจาค เพื่อให้ผู้รับบริจาค ในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยได้พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มเพื่อผู้ให้บริจาคได้รับบริจาคของได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น จึงมาขอความร่วมมือในการดำเนินการดังกล่าว

ผศ.ดร.ทวิดากล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีแอพพลิเคชั่น “หมอ กทม.” เปิดให้ใช้บริการนัดหมายออนไลน์สำหรับโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง และมีการเชื่อมกับชำระเงิน สามารถชำระค่ารักษาพยาบาลผ่านช่องทางออนไลน์ K PLUS ซึ่งปลายปี 2565 จะเพิ่มระบบการตรวจรักษาออนไลน์ ด้วยระบบโทรเวชกรรม (Tele-medicine) และ Telepharmacy ที่ สปสช. นำร้านยาที่ร่วมเป็นเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิของ สปสช. ที่ให้บริการมากกว่าร้านขายยาทั่วไป โดยจะมีบริการให้คำปรึกษาด้านเภสัชกรรม บริการยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนติดตามดูแลอาการโรคเบื้องต้น โดยผู้ป่วยจะได้รับยาตามแนวทางและมาตรฐานการให้บริการของสภาเภสัชกรรม โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่น “หมอ กทม.” ต่อไป

โดย ผศ.ดร.ทวิดาเห็นว่า แอพพลิเคชั่นโครงการไทยต้องรอด ของหน่วยงาน Dr. ASA มีข้อมูลที่แตกต่างจากกรุงเทพมหานคร เช่น ข้อมูลของผู้ป่วย หรือการจัดการกระจายของบริจาคตามความต้องการของประชาชน เป็นต้น ซึ่งอยากให้มาร่วมเป็นเครือข่ายของกรุงเทพมหานคร ร่วมกับแอพพลิเคชั่น “หมอ กทม.” ต่อไป