หน้าแรก ในประเทศ ข่าวหน้า1 &#8...

ข่าวหน้า1 “พระบรมฯ”ทรงพบผู้นำศาสนา ปีติเสด็จฯปัตตานี ทรงมอบรางวัล-โล่ดีเด่น

15.11.16 | 15:33 น.
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2558 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน

ทรงมอบรางวัล-โล่ดีเด่น ป่ากุยบุรีแน่น-บวงสรวง ตัดไม้”จันทน์หอม”12ต้น ใช้ในราชพิธีพระบรมศพ ประชาชนเข้าคิวยาวร่วมรับหนังสือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจำนวน 2 เล่ม ของกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมสั่งพิมพ์เพิ่ม พร้อมแจกฟรีทั่ว ปท. พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมที่อุทยานฯกุยบุรี จำนวน 12 ต้น


ปีติสมเด็จพระบรมฯเสด็จปัตตานี

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายกิตติกร กิตติพานประยูร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปัตตานี พล.ต.วิชาญ สุขสง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยข้าราชการได้เฝ้าฯรับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง โดยประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ทรงถวายพานพุ่มและวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นได้ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ทรงเป็นประธานในการพระราชทานถ้วยรางวัลและโล่ที่ระลึก การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านระดับประเทศ แก่ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ และผู้ให้การสนับสนุน รวมจำนวน 27 ราย และมีพระราชปฏิสันถารกับผู้นำศาสนา และทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้ให้การสนับสนุนและคณะกรรมการตัดสินการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านระดับประเทศ ประจำปี 2558

ต่อจากนั้นได้ประทับรถยนต์พระที่นั่งจากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ในการพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นจำนวน 7 รางวัล และอิหม่ามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นจำนวน 23 ราย ต่อด้วยพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ที่มีผลงานการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2558 จำนวน 28 รายตามลำดับ

Advertisement

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า การให้กรรมการแต่ละคนและโรงเรียนแต่ละโรงสามารถปรับปรุงพัฒนางานในหน้าที่ให้ก้าวหน้าเป็นลำดับ กรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามเป็นบุคคลสำคัญและมีเกียรติ เป็นผู้ที่ได้รับการเลือกสรรอิสลามิกชนให้เป็นที่พึ่ง ที่ปรึกษา ทั้งในด้านศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมและการดำเนินชีวิต ให้ถูกตรงตามบทบัญญัติแห่งศาสนา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นรากฐานในการสร้างเสริมความดี ความเจริญให้แก่เยาวชน ในการให้การศึกษาที่ดี ที่ครบถ้วนทั้งด้านวิชาสามัญและวิชาศาสนา หน้าที่ดูแลแนะนำสั่งสอนอิสลามิกบริษัท และหน้าที่ในการศึกษาอบรมเยาวชนนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะบุคคลที่ได้รับการแนะนำสั่งสอนและศึกษาที่ดีพร้อม ทั้งหลักวิชาและหลักธรรมย่อมสามารถดำเนินชีวิตและประกอบสัมมาอาชีพสร้างสรรค์ความดีความเจริญให้แก่ตนเองและสังคมส่วนรวมได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้นำศาสนาก็ดี ผู้บริหารโรงเรียนก็ดี จึงควรได้ภาคภูมิใจในผลงานที่ได้ปฏิบัติมาและร่วมมือสนับสนุนกันและกันให้ยิ่งใกล้ชิด งานทุกอย่างในหน้าที่จะได้ดำเนินรุกหน้าและอำนวยประโยชน์ในการสร้างคนดีและมีคุณภาพให้บรรลุผลตามเป้าหมายโดยสมบูรณ์ ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้ประสบแต่ความสุขความเจริญ สวัสดีจงทั่วกัน

พระเทพฯเสด็จบำเพ็ญกุศล

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินเป็นวันที่ 32 ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร โดยมี ม.จ.นวพรรษ ยุคล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ และม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่คืนวันที่ 13 พฤศจิกายน

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ทิฆัมพร ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

เวลา 15.28 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพร้อมด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ไปทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รวม 8 รูป สวดพระอภิธรรม การนี้ทรงมีพระอนุญาตให้ประชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมศพระหว่างมีพระราชพิธี

เวลา 19.00 น. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรมจำนวน 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

ยอดสักการะพระบรมศพ

ด้านสำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 หลังสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าภายในพื้นที่พระบรมมหาราชวังเพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อเวลา 21.00 น. โดยมีจำนวนประชาชนที่ได้ถวายสักการะพระบรมศพจำนวน 33,928 คน รวม 16 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน รวมทั้งสิ้น 470,319 คน มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระกุศลเป็นเงิน 2,238,997.25 บาท รวม 16 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 31,491,776.25 บาท

พสกนิกรยังคงเข้าแถวสักการะ

เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่สำนักพระราชวังเปิดให้สักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศเป็นวันที่ 17 ประชาชนยังคงเดินทางมาเข้าคิวต่อแถวเพื่อเข้าสักการะตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพทางประตูวิเศษไชยศรี ก่อนเปลี่ยนให้ประชาชนเข้าทางประตูมณีนพรัตน์เมื่อเวลา 08.00 น. และออกทางประตูเทวาภิรมย์

นายพยอม ฉัตรทอน อายุ 73 ปี เดินทางมากับรถบัสของจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า เมื่อได้ทราบข่าวว่าจังหวัดจะพามาสักการะพระบรมศพจึงรีบไปลงชื่อที่ อบต.แหลมใหญ่ อยากจะมาให้ได้ด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง ออกจากจังหวัดเมื่อเวลา 02.00 น. และมาถึงที่นี่เมื่อเวลา 03.00 น.ก่อนเข้าคิวนาน 6 ชั่วโมง จึงได้เข้าสักการะ แต่ไม่ย่อท้อ แค่ได้อธิษฐานจิตด้วยตัวเองให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยก็เพียงพอใจแล้ว

อาจารย์ต่างชาติปลื้มปีติในหลวง

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นายเอเดรียน ลอว์ อายุ 77 ปี อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดิน มหาวิทยาลัยมิสซูรี รัฐแคนซัส ซิตี้ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่รับรู้เรื่องราวของพระองค์จากหนังสือพิมพ์มาบ้าง พอได้มาเมืองไทยได้เรียนรู้พระราชประวัติและการทรงงานของพระองค์ ทรงทำเพื่อพสกนิกรชาวไทยมากมาย โดยเฉพาะเรื่องดิน ทรงศึกษาค้นคว้าแก้ปัญหาให้ชาวบ้านทำเกษตรกรรมได้ อีกทั้งยังทรงถ่ายทอดการสอนให้ชาวบ้านปลูกพืชผักเลี้ยงชีพด้วยตัวเองได้ พระองค์ทรงศึกษามากกว่าที่พวกเรานักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาค้นคว้าในห้องทดลองเสียอีก

ด้านนางสาวอแมนด้า โบเอ็ม อายุ 44 ปี ชาวอเมริกัน กล่าวว่า ชอบเดินทางท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ อยู่แล้ว เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้มาท่องเที่ยวในเมืองไทย ได้ชมความงามของพระบรมมหาราชวัง ทำให้ได้เห็นและทราบพระราชประวัติของพระองค์แบบคร่าวๆ จากนั้นได้อ่านในหนังสือและอินเตอร์เน็ต ทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่แตกต่างจากพระมหากษัตริย์องค์อื่นใดในโลกนี้ ทรงเสียสละเวลาและทรงงานต่างๆ รู้สึกปลื้มใจที่ได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จฯ มาเมื่อช่วงเช้า พระองค์ทรงแย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ให้พสกนิกร เพื่อนคนไทยบอกว่าเป็นความโชคดีของเรา เพราะแม้แต่คนไทยบางคนยังไม่ได้ใกล้ชิดอย่างนี้

พระบรมฯพระราชทานอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชนตั้งแต่เช้า โดยจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกโดยการนำอาหารบริการเสิร์ฟให้กับประชาชนที่มาต่อแถวสักการะพระบรมศพ

เมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. โจ๊กหมูใส่ไข่ 1,000 ถ้วย นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน 11.00 น. สปาเกตตี 2,000 ชุด สลัดโรล 1,000 กล่อง ทอดมันปลาทะเล 100 กิโลกรัม นมสด-โยเกิร์ตพาสเจอไรซ์ 1,000 ขวด ลูกอม 1,300 ถุง ขนมบัวหิมะ 500 กล่อง มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ชุด ขนมพายไก่ และพัฟผักโขมแยมโรล 1,000 ชุด มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ได้แก่ ข้าวกะเพราหมูไข่ดาว 1,500 จาน ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว 500 จาน พะแนงหมูไข่ดาว 1,500 จาน น้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯส่งหมอดูแลปชช.

ขณะที่เต็นท์ 11 เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทานและอาหารพระราชทาน ตั้งอยู่เยื้องกับโรงแรมรัตนโกสินทร์ เมื่อเวลา 11.45 น.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ รับสั่งให้ประทานเลี้ยงอาหารกล่องและน้ำ วันละหนึ่งมื้อ ในมื้อเที่ยงให้แก่ประชาชน พร้อมด้วยหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้การดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้น รวมถึงการปฐมพยาบาลอุบัติเหตุเล็กน้อยโดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

วันนี้ประทานกระเพาะปลาจำนวน 500 ถ้วย พร้อมน้ำดื่มบริการตลอดทั้งวัน ถือเป็นวันแรกของอาหารพระราชทานที่แจกเป็นอาหารปรุงสดใหม่ จากเดิมเป็นอาหารกล่อง ต้องการให้ประชาชนรับประทานอาหารที่สดใหม่และรับประทานได้ทันที

ขณะเดียวกันแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มาให้บริการจำนวน 12 คน และจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ แบ่งออกเป็นสองผลัด รวมจำนวน 11 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จิตอาสาร่วมให้บริการประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รับสั่งกับเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์พระราชทานว่า นอกจากจะให้การช่วยเหลือประชาชนที่ป่วยหนักแล้ว ต้องให้การช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยด้วย ต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

เวลา 17.45 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูเทวาพิทักษ์ไปยังเต็นท์มูลนิธิโครงการทู บี นัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบองคมนตรี อยู่ตรงข้ามกับประตูเทวาพิทักษ์ เพื่อประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชนที่เข้าสักการะพระบรมศพ โดยอาหารและเครื่องดื่มที่ประทานในวันนี้คือ ขนมปัง แอปเปิล และน้ำผลไม้ บรรจุกล่องพร้อมรับประทาน พระองค์ตรัสทักทายกับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง

ร.ร.จิตรลดาร่วมแจกบะหมี่ผัด

ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา และคุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พาคณะศิษย์เก่าโรงเรียนจิตรลดา และโรงเรียนในเครือ มาร่วมแจกบะหมี่ผัด จำนวน 3,000 ชุด พร้อมน้ำกระเจี๊ยบ แก่ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพในช่วงบ่าย ที่ประตูเทวาภิรมย์ โดยกล่าวร่วมกันว่า ตั้งแต่เช้าจะมีแซนด์วิชจากฝีมือนักเรียนและศิษย์เก่ามาแจกจ่าย โดยเมนูอาหารหมุนเวียนไปตามแต่ละวัน ว่าศิษย์เก่าแต่ละคนอยากจะสนับสนุนอะไร ส่วนเมนูอื่นๆ ก็จะปรุงขึ้นภายในโรงเรียนจิตรลดาเอง ระหว่างนักเรียนชั้นต่างๆ และคณะครู ก่อนนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาสักการะ ทั้งหมดทำด้วยใจเพื่อถวายให้กับพระองค์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน สำนักพระราชวังจะเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และงดเข้าชมพระอุโบสถทั้งวัน เนื่องจากจะมีพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูหนาว

ชนะสงครามสรุปยอดถวายสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ประจักษ์ พงษ์ปรีชา รอง ผกก.สอบสวน สน.ชนะสงคราม มีบันทึกข้อความรับเเจ้งเหตุของพื้นที่ กอร.ถปภ.สนามหลวง สน.ชนะสงคราม ตั้งเเต่วันที่ 13 ตุลาคม ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ว่ามีการรับเเจ้งเหตุรวมทั้งสิ้น 42 คดี ที่จุดคัดกรองยึดสิ่งของต้องห้ามได้ 3,382 ชิ้น รับเเจ้งเหตุพลัดหลง 175 ราย รายงานคนเจ็บป่วย 693,133 ราย รายงานยอดประชาชนเข้าร่วมพิธีผ่านจุดคัดกรอง 2,061,650 คน (เป็นนักท่องเที่ยว 124,218 คน) รายงานยอดประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งเเต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ยอดรวม 334,228 คน

ด้านกระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 จำนวนทั้งสิ้น 61,466 ราย ยอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 8,223,951 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมสวดพระอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 78,935 คน (ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน มีจำนวนทั้งสิ้น 10,435,133 คน) การทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วม จำนวน 13,945 คน (ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน มีจำนวนทั้งสิ้น 3,086,086 คน) กิจกรรมอื่นๆ จำนวน 79,323 คน (ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน มีจำนวนทั้งสิ้น 3,444,331 คน)

ทำเนียบตั้งพระบรมฉายาลักษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตครบ 30 ตรงกับวันที่ 13 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลได้ชักธงขึ้นสู่ยอดเสาเป็นวันแรก หลังจากลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบได้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาติดตั้งบนมุกตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมผ้าริบบิ้นดำขาวติดด้านล่างพระบรมฉายาลักษณ์ด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์มีกำหนด 1 ปี เช่นเดิม

กสทช.เผยทีวีออกอากาศผังปกติ

นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการออกอากาศโทรทัศน์ภายหลังครบกำหนดกรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตครบ 30 วัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติให้งดออกอากาศรายการรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน ส่งผลให้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโทรทัศน์ สามารถกลับมาออกอากาศรายการในผังปกติได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ กสท.จะขอให้งดการออกอากาศรายการบางประเภทในช่วงวันที่ 13-18 พฤศจิกายน ได้แก่ รายการโทรทัศน์และโฆษณา ที่มีเนื้อหาตลก เฮฮา เนื้อหาทางเพศ หยาบคาย หรือใช้ความรุนแรง ไปก่อนในช่วงแรก รวมทั้งขอให้งดรายการ เรต ฉ เป็นเวลา 100 วัน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบการออกอากาศรายการโทรทัศน์ปกติผ่านมาแล้ว 2 วัน พบว่าการออกอากาศในช่องต่างๆ ยังเป็นไปอย่างราบรื่นตามหลักเกณฑ์ที่ กสท.กำหนดไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ทาง กสท.ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับลดหรือเพิ่มหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แต่อย่างใด

กอร.รส.เล็งเพิ่มจุดคัดกรอง

ที่ห้องประชุม กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) มณฑลพิธีท้องสนามหลวง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงการจัดระเบียบและจัดคิวประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมพิจารณาถึงปัญหาความล่าช้าของประชาชนที่จะต้องผ่านจุดคัดกรอง จะเพิ่มช่องทางเข้าคัดกรองจากเดิม 2 ช่อง เป็น 5 ช่อง ส่วนเรื่องการรอเข้าคิวยังเป็นปัญหา ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางมาช่วงเช้าพร้อมกัน เช่น เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ประชาชนมาพร้อมกัน 20,000 คน โดยเฉลี่ยเจ้าหน้าที่จัดแถวให้เข้าถวายสักการะได้ชั่วโมงละ 2,000 คน ทำให้ต้องรอนานเป็น 10 ชั่วโมง หากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้ทยอยเดินทางมาช่วงเวลาสายๆ แล้วปล่อยให้คนที่มาจากต่างจังหวัดที่มาถึงช่วงเช้าได้เข้าคิวก่อน เชื่อว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมง ทุกคนจะได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวต่อว่า เรื่องการจัดคิวออนไลน์ ทางเทคนิคสามารถทำได้ภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ยังพิจารณาว่าจะนำมาใช้ทันทีหรือไม่ เพราะพบปัญหาคนเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ เช่น ผู้สูงอายุ หรือเกิดความยุติธรรมกับคนที่มานั่งรอคิวตั้งแต่ช่วงเช้าหรือไม่ จะต้องตอบสังคมให้ได้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารความรู้สึกของคน

ประชาชนทยอยเข้าสนามหลวง

ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของการเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลาเช้ามืด

เวลา 09.30 น. บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีการแจกหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และ “99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์” จัดพิมพ์โดยกระทรวงวัฒนธรรม มีประชาชนตั้งแถวรอรับหนังสือทั้งสองเล่มเป็นจำนวนมาก โดยหนังสือที่แจกในช่วง 10.00-12.00 น. มีประชาชนมารับหนังสือไป 17,000 เล่ม

นายศรัณย์กร บุญสม ที่มารอรับหนังสือ กล่าวว่า เดินทางมาต่อแถวตั้งแต่เวลา 10 โมง ส่วนตัวสนใจหนังสือ 99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์ เป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับคำสอนของพระองค์ท่าน

“ส่วนตัวรักและนับถือพระองค์ท่านอยู่เสมอ เรื่องราวที่ประทับใจที่สุดคือเมื่อสมัยปี พ.ศ.2535 ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตอนนั้นเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมที่ถูกจับอยู่ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ภายหลังจากพระองค์ได้ทรงเรียก พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง มาพูดคุยกันจนทำให้เหตุการณ์สงบและคลี่คลาย ภายหลังจึงได้รับการปล่อยตัวออกมาในที่สุด เป็นหนึ่งในเรื่องที่ประทับใจอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่ามีอีกหลายพระราชกรณียกิจที่อาจไม่ได้เป็นข่าว อาจไม่มีคนเห็น แต่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อประชาชนชาวไทยอยู่เสมอ” นายศรันย์กรกล่าว

วธ.แถลงข่าวแจกหนังสือ

เวลา 13.30 น. ที่เต็นท์กระทรวงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และ “99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์”

โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงและคณะผู้จัดทำหนังสือร่วมกันแถลงข่าว

นายวีระกล่าวว่า หนังสือทั้งสองเล่มเป็นดำริของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่มที่หนึ่ง คือ 99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์ นายกฯให้แนวทางในการคัดเลือกพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท ที่ได้พระราชทานในโอกาสต่างๆ แบ่งเป็นหมวดต่างๆ อาทิ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์, ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์, รักษาวัฒนธรรมประเพณี, คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ เป็นต้น รวมถึงเชิญพระปฐมบรมราชโองการ บรมราชาภิเษก 5 พฤษภาคม 2493

“ส่วนหนังสือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเป็นหนังสือรวบรวมภาพสี และขาวดำ จัดหมวดหมู่ แบ่งเป็นพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ได้คัดเลือกภาพต่างๆ มาจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภาพแต่ละภาพอาจเป็นภาพที่หลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน มีเนื้อหาที่อ่านง่าย สามารถนำไปตอบคำถามแก่ชาวต่างชาติได้ว่าทำไมคนไทยถึงรักในหลวง เป็นเพราะพระราชกรณียกิจของพระองค์ได้น้อมนำความเจริญ และความผาสุกแก่ประชาชนชาวไทย” นายวีระกล่าว

แจกไม่พอ-พร้อมพิมพ์เพิ่ม

นายวีระกล่าวอีกว่า วันนี้เตรียมหนังสือมาแจก 40,000 ชุด เมื่อเช้าเห็นประชาชนมารอตั้งแต่ตีสี่ พอเจ็ดโมงเช้าก็เริ่มมีคนมาเข้าแถวบริเวณด้านหน้ายาวไปจนถึงหน้าโรงละคร จากกำหนดการที่กำหนดไว้บ่ายโมงครึ่ง จึงได้แจกส่วนหนึ่งไปก่อน 17,000 ชุด ส่วนในช่วงบ่ายได้แจกในส่วนที่เหลือให้หมด ส่วนคนที่ต่อแถวแล้วยังไม่ได้รับก็จะรับบัตรคิวเพื่อมารับในวันถัดไปที่จะแจกเพิ่มอีก 40,000 ชุด และเตรียมสั่งพิมพ์เพิ่มเป็นที่เรียบร้อย ส่วนประชาชนในต่างจังหวัดขอให้อดใจรอ กระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมจัดพิมพ์เพิ่มเติมและนำไปแจกที่ต่างจังหวัดด้วย

เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนทยอยกันเดินทางมายังพื้นที่ท้องสนามหลวงกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เต็นท์ต่างๆ เริ่มการแจกน้ำและอาหารต่างๆ แก่ประชาชน รวมไปถึงนักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชาลัยฯ ได้นำข้าวสารจำนวน 100 ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัมมาแจกให้กับประชาชน

ประชาชนร่วมพิธีตัดไม้จันทน์

ตัดจันทน์หอม - นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวง ก่อนใช้ขวานทองตัดไม้จันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน
ตัดจันทน์หอม – นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวง ก่อนใช้ขวานทองตัดไม้จันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน

ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กองพิธีการ สำนักพระราชวัง ได้ชี้แจงก่อนจะมีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม โดยมีนายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง เป็นประธานในพิธีประกอบพิธีบวงสรวงขอขมาเทพเทวาอารักษ์เพื่อตัดไม้จันทน์หอม นำไปจัดสร้างพระบรมโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทางสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง โดยการส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งเครื่องสังเวยเทพเทวาอารักษ์ก่อนเริ่มพิธีตัดไม้จันทน์หอม จำนวน 12 ต้น จาก 19 ต้น ตามฤกษ์ช่วงเวลาระหว่าง 14.09-14.39 น. โดยบริเวณโต๊ะเครื่องสังเวย เริ่มพิธีด้วยการหลั่งน้ำเทพมนต์จากพระมหาสังข์ จากนั้น โหรหลวงลงแป้งเจิม ลั่นฆ้องชัย บัณเฑาะว์ โหรหลวงให้ประธานหลั่งน้ำเทพมนต์ที่ขวานทอง และเจิมต้นไม้จันทน์หอมใกล้โต๊ะสังเวยพร้อมมีการปักธูปเทียน จากนั้น พรมน้ำเทพมนต์และใช้ขวานทองฟันที่ต้นไม้จันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ 3 ครั้ง ประโคมและโปรยข้าวตอกดอกไม้ ดำเนินการตามขั้นตอนนี้ทั้ง 12 ต้น จนครบ

แปรรูปไม้ก่อนส่งช่างสิบหมู่

ต่อมาเมื่อเวลา 14.09 น. นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจำลอง ยิ่งนึก ผู้อำนวยการกองราชพิธี สำนักพระราชวัง นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินทางไปยังบริเวณปะรำพิธีที่บริเวณชายป่าใกล้อ่างเก็บน้ำย่านซื่อ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประมาณ 1 กิโลเมตร (กม.) เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์พิธีตามโบราณราชประเพณี โดยมีประชาชนมาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังดำเนินการตัดไม้จันทน์หอมแล้วเสร็จ กรมศิลปากรจะขอให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ แปรรูปไม้จันทน์หอมให้ได้ตามขนาดต่างๆ ก่อนส่งไปเก็บไว้ใช้งานตามที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนดแบบการจัดสร้าง เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานและการเลื่อยฉลุลวดลายไทย คาดว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะแปรรูปและส่งมอบไม้ให้กรมศิลปากรประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้ ก่อนกรมศิลปากรจะเริ่มก่อสร้างช่วงต้นเดือนมกราคม 2560 ทั้งนี้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จะเป็นผู้ตรวจสอบอายุไม้ ขนาดไม้ และความสมบูรณ์เหมาะสมไม้จันทน์หอม และท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติมาจดบันทึกเหตุการณ์พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม

เผยการใช้ไม้จันทน์หอมแต่อดีต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เคยใช้ไม้จันทน์หอมเป็นเชื้อเพลิงในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระศพพระบรมราชวงศ์ชั้นสูง และในงานเกี่ยวเนื่องกับพระศาสนาเท่านั้น

สำหรับการจัดสร้างพระโกศสมัยโบราณ จะนำไม้จันทน์หอมมาเป็นฟืนเผาศพ แต่สำหรับพระมหากษัตริย์พระบรมวงศานุวงค์ จะนำมาแปรรูปจากท่อนฟืนขึ้นเป็นลวดลายขึ้นเป็นพระโกศไม้จันทน์ มีการเลื่อยเป็นแผ่นบางๆ ติดแบบทำการฉลุลาย จากนั้นนำมาประกอบติดกับโครง โบราณจะใช้โครงไม้ แต่ปัจจุบันดัดแปลงมาเป็นลวดเหล็กบุตาข่าย เพื่อความสะดวกในการจัดสร้าง ลวดลายที่ใช้ประกอบมีทั้งสิ้น 35 ลาย อาทิ ลายหน้ากระดาน ลายบัว ลายท้องไม้ บัวคว่ำ บัวหงาย เป็นต้น โดยลายส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของแนวลายใบเทศ คือ ถ้าเป็นกระจังจะเป็นแบบกระจังลายใบเทศ ถ้าเป็นลายกระหนกจะเป็นลายกระหนกแบบลายใบเทศ ซึ่งโดยรวมแล้วจะให้อยู่ในลักษณะของลายใบเทศ ซึ่งเป็นลายเครื่องประดับของไทยที่มีความงดงาม และใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

สำหรับขวานทองที่ใช้ในพิธีครั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองพิธีการ สำนักพระราชวัง เผยว่า พระราชพิธีต่างๆ จะต้องยึดหลัก เป็นระเบียบ ขลัง ศักดิ์สิทธิ์และสะอาดเรียบร้อย เมื่อทำแล้วจะเกิดความเป็นสวัสดิมงคล อุปกรณ์ที่นำมาประกอบพิธีทุกอย่างต้องเข้าหลักการดังกล่าว ขวานที่ใช้เป็นโลหะพ่นสีทองเพื่อให้เกิดความสวยงาม เป็นขวานที่ใช้ตัดต้นไม้จันทน์หอมในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาแล้ว

“บิ๊กฉัตร”เปิดงานวันฝนหลวง

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีถวายสักการะและแสดงความอาลัย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2559 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ถือเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับคนไทยทุกคน และป็นวันที่โลกต้องจารึกเอาไว้ถึงการกำเนิดของเทคโนโลยีฝนหลวง นวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ที่เอาชนะภัยธรรมชาติได้ ทำให้คนไทยและประชาชนอีกหลายประเทศรอดพ้นจากวิกฤตขาดแคลนน้ำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า นับเป็นเวลา 61 ปีแล้วที่โครงการพระราชดำริฝนหลวงถือกำเนิดขึ้นเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนจากภัยแล้ง ได้รับการจดสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยทั้งในและต่างประเทศ มีหลายประเทศมาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำเทคนิคและวิธีการที่ทรงคิดค้นไปใช้แก้ปัญหาภัยแล้งในบ้านเมือง จึงเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพและเปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ธนารักษ์เปิดแลกเหรียญร.9

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นวันแรกที่กรมธนารักษ์เปิดให้แลกเหรียญที่ระลึกรัชกาลที่ 9 พร้อมกันทั่วประเทศ คือ กทม. 3 จุด และอีก 76 จังหวัด ประชาชนที่มาแลกต้องลงทะเบียนบัตรประชาชน 1 สิทธิต่อ 1 คน ต่อ 1 ชุด ส่วนในกทม.ให้แลกรวม 3 แห่ง เกือบ 4,000 ชุดต่อวัน และในต่างจังหวัดจะมีประชาชนแลกเหรียญประมาณ 300 ชุดต่อจังหวัดต่อวัน กรมได้จัดสรรจังหวัดละ 4,000 ชุด และเหรียญเปล่า 3,000 เหรียญ จะเปิดให้แลกจนกว่าเหรียญจะหมด

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า เหรียญชุดที่เปิดให้แลกมี 3 เหรียญ ชุดละ 60 บาท ประกอบด้วย เหรียญนักวิทยาศาสตร์ดิน เหรียญ 50 ปีฝนหลวงพระราชทานและเหรียญพระชนมายุ 80 พรรษา ในเดือนธันวาคมนี้จะมีเหรียญที่ระลึกรัชกาลที่ 9 อีก 2 เหรียญ ผลิตออกมา คือ เหรียญเออีซี และเหรียญครบรอบวันสถาปนา 50 ปี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นเหรียญชนิดธรรมดา ราคา 20 บาท ผลิตชนิดละ 4 แสนเหรียญรวม 8 แสนเหรียญให้ประชาชนแลกคนละ 1 เหรียญเท่านั้น ส่วนการผลิตเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 ขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังวางแผนการผลิตร่วมกัน ยังมีเวลาเพราะมีแผนทำออกมาจ่ายแลกช่วงพระราชพิธีฯ คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้า

ผลิตเหรียญร.10รวม9ชนิด

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในรัชกาลที่ 10 กรมเตรียมพร้อมการผลิตเบื้องต้นไว้แล้ว หากได้รับพระบรมราชานุญาตจากในหลวงรัชกาลใหม่ พร้อมผลิตทันทีไม่เกิน 1 เดือน เป็นการผลิตทั้ง 9 ชนิดราคาพร้อมกัน คือ ชนิดราคา 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ ส่วนจะผลิตเหรียญชนิดใดจำนวนเท่าใดคงต้องอยู่กับว่าในขณะนั้นเหรียญในตลาดแต่ละชนิดมีอยู่จำนวนเท่าใด กรมจะดูปริมาณเหรียญหมุนเวียน ณ เวลาที่ผลิต ในขณะนี้ยังผลิตเหรียญในแบบเดิมใช้ไปก่อน และเมื่อผลิตเหรียญใหม่ออกมาเหรียญเดิมยังใช้ได้จนกว่าจะชำรุด มีอายุของเหรียญประมาณ 8 ปี

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวอีกว่า การจัดชุดเหรียญหมุนเวียน 9 ชนิดราคานั้น มีการจัดชุดในลักษณะของที่ระลึกจำหน่ายชุดละ 250 บาท มีจำนวนไม่มาก เนื่องจากต้องนำมาแพคใหม่ให้สวยงาม ส่วนเหรียญ 1 สตางค์ จะผลิตมาเพื่อบริษัทใหญ่ๆ ใช้ในการปิดงบบัญชีเท่านั้น

หลายจังหวัดคึกคักต่อคิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีประชาชนในหลายจังหวัดรอเข้าคิวเพื่อแลกเหรียญชุด 3 เหรียญ ชุดละ 60 บาท ประกอบด้วย เหรียญนักวิทยาศาสตร์ดิน เหรียญ 50 ปีฝนหลวงพระราชทานและเหรียญพระชนมายุ 80 พรรษา โดยที่สำนักงานธนารักษ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ประชาชนต่อคิวยาวร่วม 2 กิโลเมตร โดยมีบัตรคิวจำนวน 500 คิว ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงแจกบัตรคิวจนครบ ส่วนสำนักงานธนารักษ์ จ.นครราชสีมา มีประชาชนมารอแลกซื้อเหรียญกษาปณ์ตั้งแต่เวลา 03.00 น. และทยอยต่อเนื่องนับพันคน โดยมีเหรียญที่จะจำหน่ายวันนี้มีเพียง 820 ชุด โดยเจ้าหน้าที่แจกบัตรคิวหมดอย่างรวดเร็วภายใน 20 นาที เช่นเดียวกัน ที่สำนักงานธนารักษ์ จ.อุทัยธานี และตราด มีประชาชนรอเข้าคิวกันตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการ

ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุรินทร์ จ.สุรินทร์ ประชาชนเข้าแถวรอตั้งแต่ 6 โมงเช้า ส่วนที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี ประชาชนเข้าแถวรอแลกเหรียญเกิดความวุ่นวาย มีการเบียดแทรกแย่งคิวกัน นางณัฐนันท์ ถนอม อายุ 64 ปี ชาวบางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า มาตั้งแต่ 6 โมงเช้า คิดว่าจะได้เพราะได้ลำดับที่ 100 พอดี แต่มีการเบียดและแย่งคิวกัน ทำให้เลยอันดับที่ 100 ต้องพลาดโอกาสอีก ก็ต้องมาเข้าคิวกันใหม่ อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแจกบัตรคิวให้ชัดเจน ทำให้หลายคนเสียเวลาเนื่องจากต่างลางานมา

เชียงราย-สารคามร่วมแปรอักษร

ที่สนามกีฬาโรงเรียน อบจ.เชียงราย คณะครู นักเรียน และข้าราชการสำนักงาน อบจ.เชียงราย จำนวน 2,999 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย มีเลข ๙ อยู่ตรงกลางและข้อความด้านข้างว่า อบจ.เชียงราย จากนั้นร่วมกันก้มลงกราบเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เป็นเวลา 2 นาที

ที่สนามอรุณปรีดีดิลก (สนาม 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จ.มหาสารคาม กองพัฒนานักศึกษาพร้อมด้วยนิสิต-นักศึกษาจำนวน 899 คน พร้อมใจกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ รูปหัวใจอยู่ปลายเลข ๙ และอักษร RMU เป็นอักษรย่อภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (Rajabhat Mahasarakham University) ส่วน ดร.เกตุอรอินท์ พิทักษ์โคชญากุล ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดศรีสะเกษ นำข้าราชการครู นักเรียน (เด็กพิการ) และผู้ปกครองศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธีลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้นร่วมกันแปรอักษรเลข ๙

ที่สนามกีฬาโรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา อ.นาแก จ.นครพนม นายบรรจง ศรีประเสริฐ ผอ.โรงเรียน นำคณะครู-อาจารย์-นักเรียนกว่า 2,000 คน จัดแปรอักษรเลข ๙ ล้อมรอบด้วยหัวใจที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ เป็นประธานโครงการมหกรรมทำดีที่สุดถวายเป็นพระราชกุศล โดยมี นพ.สุนทร ยนต์ตระกูล ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ พร้อมบุคลากรต่างๆ ร่วมงานประกอบพิธีถวายความอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสงบนิ่ง 89 วินาที ที่โรงเรียนอนุบาลกาญจนวัฒน์วิทยา ถนนหลวงพ่อ อ.เมือง จ.ภูเก็ต คณะครูนำนักเรียนร่วมกิจกรรม “พลังความรักแด่พ่อหลวง..ของลูกๆ อนุบาลกาญจนวัฒน์วิทยา”

ร้านดังแม่กลองแจกอาหาร

ที่ จ.นครนายก โรงเรียนเทศบาล 1 วัดศรีเมือง (อนุบาล) อ.เมือง จ.นครนายก นายยงยศ อิสระเสนารักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองนครนายก พร้อมนายจักรพัน จันทนราช ผอ.โรงเรียน นำคณะครูและนักเรียนชั้นอนุบาลกว่า 400 คนแปรอักษร “๙ ท.๑” มีความหมายของคำว่า “พ่อ” อยู่ในหัวใจของนักเรียนชั้นอนุบาลทุกคน

ที่สถานีขนส่งอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุดใจ บำเรอโชค ผู้จัดการบริษัท มหาพราหมณ์เดินรถ จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถตู้สาธารณะสายอยุธยา-เสนา นำรถยนต์ตู้จำนวน 26 คันเปิดให้บริการฟรีกับประชาชนที่เดินทางจาก อ.เสนา เข้าตัว จ.พระนครศรีอยุธยา ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรตลอดทั้งวัน

น.ส.บุญยงค์ ฤทธิ์ชัย อายุ 64 ปี เจ้าของร้านโกยงค์ ตั้งอยู่เลขที่ 53/1 ถนนไชยพร ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พร้อมญาติพี่น้องทำความดีถวายพ่อหลวงด้วยการทำข้าวกล่องผัดกะเพราหมูและข้าวคลุกกะปิจำนวน 1,500 กล่อง รวมทั้งเครื่องดื่มชาเขียวและชาเย็นแจกจ่ายประชาชน