ซูเปอร์โพลเผย คนส่วนใหญ่เชื่อปฏิรูปงานตำรวจ จะช่วยหยุดเหตุรุนแรงและดีต่อสังคมไทยแท้จริง 

9.10.22 | 14:06 น.

ซูเปอร์โพลเผย คนส่วนใหญ่เชื่อปฏิรูปงานตำรวจ จะช่วยหยุดเหตุรุนแรงและดีต่อสังคมไทยแท้จริง

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง หยุดเหตุรุนแรงในสังคมไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Survey) เพื่อลดความคลาดเคลื่อนแก้ปัญหาแหล่งความคลาดเคลื่อนจากผู้ถามผู้ตอบและเครื่องมือวัด จำนวน 1,125 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 3 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 93.0 สลดใจ หดหู่ใจ กับข่าวเหตุรุนแรงและการสูญเสียในจังหวัดหนองบัวลำภู ในขณะที่ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 91.5 กลัวจะมีการลอกเลียนแบบเกิดซ้ำ


ที่น่าพิจารณาคือ ความต้องการของประชาชน ด้านงานตำรวจ หยุดเหตุรุนแรงในสังคมไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.3 ต้องการให้ปฏิรูปงานตำรวจ จะช่วยหยุดเหตุรุนแรงและดีต่อสังคมไทยแท้จริง ยั่งยืน รองลงมาคือ ต้องการให้บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด คุมอาวุธปืน การตั้งด่านป้องกันเหตุ ร้อยละ 54.6 และต้องการให้มีตำรวจชุมชนเกิดขึ้นในระบบงานตำรวจที่มากกว่าตำรวจชุมชนสัมพันธ์ กำกับคุณภาพงานตำรวจ โดยตำรวจอำเภอ จังหวัด ภาค และระดับประเทศ ร้อยละ 51.5

นอกจากนี้ เกินครึ่ง หรือร้อยละ 52.0 ต้องการให้ควบคุมความรุนแรงในเกม และภาพยนตร์ หนังซีรีส์ต่างๆ ที่ รุนแรง ป้องกันเลียนแบบ ร้อยละ 51.7 ต้องการให้หยุดใช้กระแส ใช้หน้าสื่อมวลชน หาผลประโยชน์ทางการเมือง ธุรกิจ สร้างความขัดแย้ง เกลียดชังกันในหมู่ประชาชน และร้อยละ 47.7 ต้องการให้คุมใช้สื่อโซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพความรุนแรงด้วยกฎหมาย และจรรยาบรรณในสถานการณ์สะเทือนใจ ฉุกเฉิน

ที่น่าสนใจคือ เกินครึ่ง หรือร้อยละ 51.3 ต้องการให้หยุด คุกคาม บูลลี่ผู้อื่น สร้างความเกลียดแค้นฝังใจ ต้นตอ ขยายผลความรุนแรง ในชุมชน ร้อยละ 50.9 ต้องการให้หน่วยงานรัฐออกเยี่ยมเยียน มีระบบเกาะติด เน้นป้องกัน และระงับเหตุ สถานที่ เปราะบาง เช่น โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงพยาบาล วัด ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของตนเองไม่ได้ และร้อยละ 43.1 ต้องการให้ร่วมแรง ร่วมใจ สวดมนต์ ภาวนาจิต เป็นกำลังใจ ดูแลเยียวยาจิตใจของประชาชนจังหวัดหนองบัวลำภู ให้มีพลัง ใช้ชีวิต ปกติสุข โดยเร็ว

Advertisement

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 92.3 ต้องการให้จัดระเบียบสังคม จัดระเบียบความปลอดภัยของประชาชน ด้วยเทคโนโลยี และการทำงานที่ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประชาชน ระงับเหตุได้รวดเร็วที่สุด และส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 57.2 ต้องการให้ปฏิรูปงานตำรวจมากกว่า ทำสงครามยาเสพติด เพราะทำสงครามยาเสพติดแก้ปัญหาไม่ยั่งยืน ยาเสพติดกลับมาแพร่ระบาดเหมือนเดิมอีก ในขณะที่ร้อยละ 40.8 ต้องการให้ทำสงครามยาเสพติดมากกว่า และร้อยละ 2.0 ระบุอื่นๆ ตามลำดับ

ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศรู้สึกสลด หดหู่ใจ ต่อเหตุการณ์รุนแรงและการสูญเสียที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองบัวลำภู และกลัวจะเกิดการลอกเลียนแบบซ้ำในที่อื่นๆ โดยประชาชนที่ถูกศึกษาครั้งนี้ยังได้ระบุถึงความต้องการในด้านต่างๆ เช่น ด้านงานตำรวจ ด้านสื่อโซเชียลมีเดีย และด้านสังคมทั่วไป และพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปฏิรูปงานตำรวจมากกว่า การทำสงครามยาเสพติด เพราะประชาชนมองว่าการปฏิรูปงานตำรวจจะดีต่อสังคมไทยได้แท้จริงยั่งยืนกว่า การทำสงครามยาเสพติดที่หยุดยั้งได้ระยะสั้นเดี๋ยวกลับมาแพร่ระบาดอีก และยังมีความเสี่ยงเกิดการสูญเสียในทางลบต่อกระบวนการยุติธรรมและชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์อื่นๆ ด้วย จึงเสนอให้ฝ่ายการเมืองชูนโยบาย ปฏิรูปงานตำรวจ ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยโดยรวมให้ดีขึ้น แม้ว่านโยบายเด่นด้านเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องจะเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากกว่าก็ตาม

ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า ในผลโพลนี้ยังพบด้วยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้หยุดใช้สื่อ และโซเชียลมีเดียหาผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจสร้างความขัดแย้งวุ่นวาย ซ้ำเติมความเศร้าสลดใจของสังคมไทย โดยต้องการให้ทุกฝ่ายหาทางป้องกันการคุกคาม บูลลี่ผู้อื่น ที่อาจเป็นต้นตอของความรุนแรงบานปลายในชุมชนและสังคมระดับกว้างได้ และสุดท้ายการมีจิตตั้งมั่นของคนไทยทั้งประเทศร่วมเป็นพลังกำลังใจและเยียวยาความเศร้าสลดใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติสุขต่อไปได้