เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่หน้าอาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 3 จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 แถลงกรณีมีผู้แอบอ้างผู้บังคับบัญชาระดับสูงในการซื้อขายตำแหน่งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ทำให้เกิดความเสียหายและอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและส่งผลถึงภาพลักษณ์ด้านลบของ ตร.ในพื้นที่ ภ.3 ประกอบเหตุคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรอง ผบก. หลอกลวงตำรวจหลายรายหลายพื้นที่วิ่งขึ้นตำแหน่งสารวัตร จึงกำชับให้เร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายโดยมอบหมาย พล.ต.ต.สายเพชร ควบคุมการปฏิบัติต่อมาวันที่ 7 ต.ค. พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ ร่วมกับ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ธัชพล ส่องแสง ผกก.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา, พ.ต.ต.อิทธิพล เพ็ญเดิมพันธ์ สว.ปรกฯ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, ฝ่ายสืบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ จับกุมนายกานพล กองมงคล อายุ 54 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดบัวใหญ่ ฐานความผิดฐาน “พยายามฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” พร้อมของกลาง สมุดธนาคารกสิกรไทยและธนาคารอื่นๆ รวม 7 เล่ม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 6 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง บัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจ ระดับรอง สว. 8 แผ่น วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง ซิมการ์ดเครือข่ายโทรศัพท์ 11 อัน และบัตรกดเงินสด 1 ใบ ได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 5 ชั้น 3 ร้านเกมส์ไอเพลย์ เลขที่ 43/6 ถ.เทวฤทธิ์ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
พล.ต.ท.สมประสงค์กล่าวว่า จากการซักถามนายกานพล รับว่าแอบอ้างเป็น พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.น.9 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.หนองคาย นำรูปประจำตัวไปสมัครแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อหลอกลวงนายตำรวจ 14 ราย และมีรายชื่อนายตำรวจ 40 รายในสมุดบัญชี ที่หามาจากบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งระดับรองสารวัตร ทั้ง 9 ภาค ที่ลงไว้ในโซเชียลมีเดีย จะใช้วิธีการพุดคุยในลักษณะเดียวกันทุกราย โดยจะโทรไปหาเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารของ สภ.ต่างๆ ให้นายตำรวจหลายๆ คนที่ถูกหลอกติดต่อกลับนายเวรหน้าห้อง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เมื่อพูดคุยจะอ้างว่าตนชื่อ พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.น.9 ว่าสามารถช่วยเหลือในการแต่งตั้งขึ้นตำแหน่งสารวัตรได้ บางรายให้ส่งประวัติการรับราชการมาให้ทางแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อจะได้ส่งให้นายพิจารณา และเรียกเงินเป็นค่าดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 14 ราย ไม่หลงเชื่อ จึงไม่โอนเงินให้ผู้ต้องหา กระทั่งทางชุดสืบสวน กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 สืบทราบว่านายกานพล เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อนและถูกตำรวจกองปราบปราม จับกุมเมื่อปี 2555 ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และถูกฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม จับกุมตัวเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2562 ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี ในคดีหลอกเข้านักเรียนนายสิบตำรวจ ได้เงิน 30,000 บาท และที่ สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี คดีหลอกเข้านักเรียนนายสิบตำรวจเช่นกัน ถูกศาลตัดสินจำคุก 4 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่เข็ดหลาบยังมีพฤติกรรมแบบเดิมอีก ที่ สภ.บัวใหญ่ จว.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2565
ผบช.ภ.3 กล่าวว่า จากการสืบสวน เชื่อว่านายกานพล นอกจากที่รับสารภาพแล้ว น่าจะเคยกระทำผิดหลายครั้งในหลายพื้นที่ จากการสอบสวนยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นเซลส์ขายแผงโซลาร์เซลล์อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือกับลูกและภรรยาและเคยคลุกคลีกับพรรคพวกที่เป็นตำรวจมาก่อน ทำให้รู้ถึงแนวทางในการวิ่งเต้นแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ จึงไปซื้อซิมการ์ดมาใช้กับโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ก่อนนำมาสมัครแอพพลิเคชั่นไลน์ ชื่อ พ.ต.อ.พรชัย และใช้รูปประจำตัวของ พ.ต.อ.พรชัย ซึ่งหามาได้จากทางโซเชียลมีเดีย มาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ จากนั้นใช้วิธีโทรศัพท์ไปตามโรงพักต่างๆ เพื่อสุ่มหลอกลวงนายตำรวจสัญญาบัตร อ้างว่า ตนเป็นนายตำรวจระดับสูงปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ และสามารถช่วยเหลือในการแต่งตั้งโยกย้ายขึ้นตำแหน่งสารวัตร เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ทักไปหาเพื่อความน่าเชื่อถือ โดยที่เรียกค่าดำเนินการรายละ 300,000 บาท แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดหลงเชื่อ

