‘ชัชชาติ’ เข้มปัญหา ตั้ง ‘6 ศูนย์ปฏิบัติการ’ ลุยแก้ ฝุ่น-จราจร-แผงลอย-ทุจริต-ยาเสพติด-น้ำท่วม

10.10.22 | 16:35 น.

‘ชัชชาติ’ เข้มปัญหา ตั้ง ‘6 ศูนย์ปฏิบัติการ’ บูรณาการแก้ปัญหา ฝุ่น-จราจร-แผงลอย-ทุจริต-ยาเสพติด-น้ำท่วม

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ห้องประชุม ชั้น 19 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 22/2565 เรื่อง การตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามปัญหา 6 เรื่องหลัก

นายชัชชาติกล่าวว่า ศูนย์ที่ 1 คือ ศูนย์ปฏิบัติการเรื่องฝุ่น PM2.5 ได้มีการออกมาตรการ 4 ระดับ คือ ระดับ 1 ค่าฝุ่นไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ระดับ 2 ค่าฝุ่น 37.6-50 มคก./ลบ.ม. ระดับ 3 ค่าฝุ่น 51-75 มคก./ลบ.ม. และระดับ 4 ค่าฝุ่น ตั้งแต่ 76 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป ซึ่งเป็นแผนที่สอดคล้องกับแผนระดับชาติ

โดยเริ่มดำเนินการในระดับ 1 มี 12 มาตรการ คือ วิจัยหาต้นเหตุ/นักสืบฝุ่น แอพพลิเคชั่นทราฟฟี่ฟองดูว์ การพยากรณ์แจ้งเตือน ขยายระบบตรวจวัดเป็น 1,000 จุด ตรวจโรงงาน 1,222 แห่ง ตรวจแพลนต์ปูน 91 แห่ง ตรวจรถควันดำ ควบคุมและลดการเผาชีวะมวล ตรวจรถยนต์ 14 จุด/วัน ตรวจรถบรรทุก/รถโดยสาร สนับสนุนรถ EV ติดป้ายแจ้งเตือนแสดงผลฝุ่นในโรงเรียน กทม. ศูนย์เด็กเล็ก ชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์เยาวชน สำนักงานเขต และชุมชน เพิ่มพื้นที่สีเขียว โครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น และเพิ่มสวน 15 นาที

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการระดับ 2 มี 10 มาตรการ ระดับ 3 มี 8 มาตรการที่เข้มข้นขึ้น เช่น ทำ Low Emission Zone เช่น ขอความร่วมมือ Work from Home 60 เปอร์เซ็นต์ และหยุดกิจกรรมที่เกิดฝุ่น ดูแลผลกระทบในโรงเรียน ประชาสัมพันธ์ใส่หน้ากากอนามัย และระดับ 4 มี 11 มาตรการ อาจมีการปิดโรงเรียน ประกาศพื้นที่ควบคุม โดยศูนย์จะบังคับใช้มาตรการให้เข้มข้นขึ้น

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวว่า ศูนย์ที่ 2 คือ ศูนย์เกี่ยวกับการจราจรและเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งมีศูนย์อยู่แล้ว เพื่อใช้ประโยชน์ของศูนย์ให้เต็มที่ ในการรวมเรื่องปัญหาการจราจรและความปลอดภัย

ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเสริมว่า เดือนที่ผ่านมาได้มีการดูเรื่องจุดฝืดการจราจร โดยนำข้อมูล 2 ด้าน คือ 1.ข้อมูลที่เขตรายงานมา และข้อมูลตำรวจจราจรในท้องที่ 2.ข้อมูลความเร็วเฉลี่ยของรถในเส้นทางต่างๆ เพื่อดูว่าจุดฝืดมีตรงไหนบ้าง โดยแบ่งออกมาเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 สามารถจัดการได้ทันที โดยใช้วินัยจราจร ในการกำกับดูแล

ในกลุ่มที่ 2 ที่กำลังวิเคราะห์อยู่ คือเรื่องของการปรับแก้อย่างง่าย เช่น การขีดสีตีเส้น การปักป้ายจราจร โดยพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าและงบประมาณ กลุ่มที่ 3 ต้องดำเนินงานร่วมกับจราจร เช่น การจัดระเบียบการจราจร การตั้งจุดกลับรถ โดยใช้ด้านกายภาพเข้ามาผสมด้วย กลุ่มที่ 4 เป็นกรณีที่ต้องใช้โครงการขนาดใหญ่ เช่น ปริมาณการจราจรหนาแน่น ซึ่งอาจจะต้องทำสะพาน สร้างทางเชื่อม หรือขยายถนนเพิ่ม

ศูนย์ที่ 3 คือ ศูนย์ที่จะดูแลเกี่ยวกับเรื่องหาบเร่แผงลอย ซึ่งนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ได้ดำเนินการมานานแล้ว โดยจะรวมศูนย์และออกมาตรการที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ 4 คือ เรื่องยาเสพติด ที่ กทม. มีกระบวนการอยู่แล้ว ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นขึ้นเพื่อให้ตอบสนองต่อเรื่องกรณีเหตุการณ์ที่ จ.หนองบัวลำภู เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กทม.ได้เฝ้าระวังตลอด เพราะมีศูนย์ที่ดูแลรักษาและบำบัดผู้ติดยาเสพติด แต่ทำตรงนี้เพื่อเป็นศูนย์กลางและบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ศูนย์ที่ 5 คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและความโปร่งใส ซึ่งมีศูนย์อยู่ที่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) อยู่แล้ว ซึ่งจะนำมาผลักดันในเรื่องของความโปร่งใสของ กทม.ให้เข้มข้นขึ้น ศูนย์นี้จะเป็นตัวผลักดันเชิงยุทธศาสตร์ โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญในการผลักดันจากนี้เป็นต้นไป และศูนย์ที่ 6 คือ ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่มีอยู่แล้ว

“ที่เรามีศูนย์บูรณาการ ไม่ใช่ว่าตั้งหน่วยงานใหม่ แต่เป็นตัวที่จะช่วยบูรณาการ ช่วยประมวลผล และสรุปข้อมูลตามระยะเวลา เช่น ศูนย์การจราจรสรุปปัญหาทุกเช้า ศูนย์ยาเสพติดรายงานทุกอาทิตย์ เพื่อช่วยให้การบริหารงานมีการบูรณาการมากขึ้น โดยมี รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ เป็นผู้ดูแลและผลักดัน” นายชัชชาติกล่าว