ตำรวจไซเบอร์บุกจับแก๊งคอลฯ จีน-ไต้หวัน อ้างเป็น จนท.รัฐส่งหมายจับปลอมเรียกทรัพย์สูญรวมกว่า 200 ล้าน

11.10.22 | 13:46 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฎฐ์ จันทร์ถาวร พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 นำกำลัง บก.สอท.4 เปิดยุทธการ “เด็ดปีกมังกร” ทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ก.ค. บช.สอท.รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ว่าถูกคนร้ายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ออกอุบายลวงว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำผิดอาญาและส่งหมายจับปลอมของหน่วยงานราชการที่คนร้ายทำการปลอมแปลงให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายหลงเชื่อคนร้ายก็สั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินกว่า 6,976,094.87 บาท ไปยังบัญชีที่คนร้ายเตรียมไว้โดยให้เหตุผลว่าต้องตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าวว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป

ภายหลังพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.4 สืบสวนสอบสวนจนทราบถึงที่ตั้งของขบวนการดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นของศาลอาญา เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักอาศัยและใช้ในการกระทำความผิด โดยจับกุมผู้ต้องหา สัญชาติจีน-ไต้หวัน 2 ราย และสัญชาติจีน 1 ราย ทำหน้าที่เป็นผู้ถือบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ในการทำธุรกรรมทั้ง 2 จุด พบของกลางโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ด จำนวน 39 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม, หนังสือเดินทางและของกลางรายการอื่นๆ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบยังพบว่ามีการลงทะเบียนผูกกับบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) ติดตั้งอยู่ภายในโทรศัพท์ รวมทั้งสิ้น 13 บัญชี และอื่นๆ รวม 61 ราย ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่าบัญชีธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจพบมีไว้สำหรับใช้ในการหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินมาที่บัญชีดังกล่าว และยังพบว่าบัญชีเหล่านี้มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องในคดีคอลเซ็นเตอร์อีกหลายคดี

จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กพบข้อมูลที่มีไว้เพื่อใช้หลอกลวงผู้เสียหายภายในโปรแกรมพบ หมายเรียกหมายจับ หมายคดีฟอกเงินของ ปปง., หมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมา และยังตรวจพบเว็บไซต์หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ที่มีการปลอมแปลงขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กลุ่มคนร้าย อย่างไรก็ตามจากการขยายผลสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่ม 16 ราย แบ่งเป็นกลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า 8 ราย, กลุ่มรวบรวมบัญชีม้าเพื่อส่งต่อให้กับนายทุนชาวจีน 1 ราย และกลุ่มทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย เพื่อนำมาใช้ในการหลอกลวง 2 ราย เบื้องต้นพบความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 200 ล้านบาท

Advertisement