วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 นางวาทินี เหมประไพร อายุ 71 ปี ชาวนา หมู่ 5 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ได้นำข้าวเปลือกที่ทำการเก็บเกี่ยวมาขายที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรโพธิ์ทอง ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ได้ในราคาตันละ 5,800 บาท กล่าวว่า จำใจต้องขายเนื่องจากไม่มีที่เก็บและตาก ส่วนเรื่องที่รัฐบาลจะช่วยในเรื่องเงินค่ายุ้งฉางและการฝากนั้น ไม่รู้ขั้นตอนการดำเนินงานและไม่รู้จะติดต่อประสานงานกับหน่วยงานใดเนื่องจากเป็นชาวนาที่อายุมากแก่แล้ว รู้เพียงว่าเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ต้องนำไปขายเพียงอย่างเดียวส่วนจะรอการเก็บการฝากนั้นไม่รู้ขั้นตอนวอนรับบาลช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวนาได้รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชัดเจนและจะประสานหน่วยงานไหนอย่างไร ขอให้ไว้ที่สุดเนื่องจากข้าวกำลังเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วต้องเร่งขายไร้ที่เก็บ แต่ถ้าให้ดีเพิ่มราคาข้าวให้ขึ้นมาจะเป็นการดีและช่วยชาวนาได้อย่างทันเวลาดีกล่าวให้ต้องจำใจขายข้าวในราคาตกต่ำ

นางสาวทิพย์วรรณ ล้ำเลิศ อายุ 40 ปี ชาวนาบ้าน หมู่ 3 ตำศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ กล่าว่า ตนเองนำข้าวหอมลิ 105 มาให้โรงสีตีราคาได้ประมาณ 6,000 บาทเนื่องจากข้าวที่เก็บเกี่ยวจมน้ำและเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็ต้องนำมาขายเนื่องจากไม่มียุ้งฉางและสถานที่ตาก ส่วนเรื่องมาตรการที่ทางรับบาลจะทำการช่วยเหลือในการฝากยุ้งฉางนั้นไม่รู้ขั้นตอนหลักการและสถานที่ยื่นเอกสาร รู้เพียงทางข่าวสารจากที่วีและเพื่อนชาวนาที่คุยกันแต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการ ฝากยุ้งฉางที่ไหนอย่างไรและเอกสารมีอะไรบ้างแล้วยื่นกับใคร ถ้าเป็นไปได้ขอให้ส่งรายระเอียดขั้นตอนวิธีการเก็บยุ้งฉาง สถานที่ติดต่อประสานงาน ให้กับชาวนาโดยด่วน ทำให้ช่วงนี้เกี่ยวข้าวเสร็จก็ต้องนำมาขายโดยทันที่ถึงแม้นราคาตกตำก็ต้องจำใจขาย และทำใจยอมรับสภาพต่อไป

