ตร.รู้ตัวแก๊งคอลฯหลอกเงิน 101 ล้านอดีตผอ.ศูนย์แพทย์ พบเส้นทางเงิน มี 50-60 บัญชีม้าเอี่ยว

11.10.22 | 16:26 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 ร่วมกันเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีผู้เสียหาย อดีตแพทย์อายุรกรรม และอดีต ผอ.ศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษา ใน รพ.แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชุมพร ถูกคนร้ายแก๊งคอลเซนเตอร์แสดงตัวเป็นตำรวจเมืองเชียงรายและพูดคุยหลอกล่อจน ลูกสาวอดีตแพทย์หลงเชื่อ ก่อนที่จะให้คุยกับบัญชีไลน์ชื่อ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ แจ้งว่าเป็นผกก.สภ.เมืองเชียงราย จากนั้นคนร้ายคนที่สาม แสดงตัวเป็น ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พูดจาข่มขู่จนทำให้กลัวว่าจะถูกยึดทรัพย์และจำคุก พร้อมทั้งแนะนำว่า ถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดี ให้นางสาวเอ โอนเงินไปทำการตรวจสอบ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และแจ้งให้แพทย์หญิงเจ้าของคลีนิคผู้เป็นมารดาทราบ ผู้เสียหายทั้งสองคน จึงได้ใช้บัญชีธนาคารของตน จำนวน 4 บัญชี คือ บัญชีธนาคารกรุงไทย 2 บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ 2 บัญชี โอนเงินไปให้บัญชีธนาคารของคนร้ายหลายครั้ง โดยมีบัญชีปลายทางหลายบัญชี ตั้งแต่วันที่ 25-29 ก.ย.65 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 101,871,381 บาท ว่า

หลังได้รับแจ้งความจากพื้นที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวเพราะเป็นการหลอกลวงให้มีการโอนเงินจำนวนมากโดยมอบหมายให้ บช.สอท.เข้าไปร่วมดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีความคืบหน้าไปพอสมควรทราบตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการเงิน และผู้ที่เปิดบัญชีม้าในกระบวนการแล้ว 50-60ราย ทางกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 ส่งสำนวนการสอบสวน ผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้องให้ บช.สอท. จากนั้นทาง บก.สอท.4 จะตั้งคณะกรรมการดูแลคดีนี้ทั้งหมด ส่วน บก.สอท.5 ทำหน้าที่สืบสวน สอบสวน ขยายผลต่อไป

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่าส่วนวิธีการหลอกลวงนั้นคงใช้ลูกไม้เดิมๆ คือหลอกว่ามีการส่งพัสดุผิดกฎหมายเมื่อคุณหมอทราบเรื่องก็โทรปรึกษาผู้เป็นแม่จนสุดท้ายหลงเชื่อและมีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวซึ่งคดีนี้ผู้ก่อเหตุใช้วิธีข่มขู่ และอาศัยความรักของแม่ที่มีต่อลูก ส่วนลูกก็กลัวว่าตัวเองจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แถมกระบวนการนี้ยังมีการสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ด้าน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ เปิดเผยว่าทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงในคดีนี้คือ ผู้เสียหายทุกคนก็ต้องการได้เงินคืน ประกอบกับกระบวนการโอนเงินนั้นง่าย ดังนั้นก่อนจะโอนเงินควรตรวจสอบตัวบุคคลให้ชัดเจนก่อน นอกจากนี้ในยุคปัจจุบันนอกจากการโอนเงินปกติแล้วยังมีการโอนเงินในลักษณะสกุลเงินเหรียญดิจิตอล ทำให้การตามเงินคืนค่อนข้องเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตามเมื่อก่อนการโอนเงินออก ที่มีลักษณะผิดสังเกตคือการโอนเงินจำนวน2ล้านขึ้นไป แต่ตอนนี้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ประสานไปยังเครือข่ายธนาคาร 21แห่ง เพื่อปรับการเฝ้าระวังยอดเงินที่ต้องสงสัยเหลือเพียงหลักแสนเท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ นอกจากนี้อยากเตือนกับประชาชนทั่วไปว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่มีใช้สื่อโซเชียล หรือ โทรศัพท์ ในการประสานงานอย่างแน่นอน ทุกกระบวนการต้องเป็นการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น