รุดช่วยเหยื่อฆาตกรต่อเนื่อง แชตลวงสาวแอพพ์หาคู่ กักขัง ทารุณโหด
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) แถลงว่า พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ต.ทศพล กิติลาภ, พ.ต.ต.แดนรบ สมัยชูเกรียติ์ สว.กก.6 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายธนเดช หรือรุจ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ 473/2565 ลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย” ได้ที่ห้องพักในแมนชั่นแห่งหนึ่ง ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน รับแจ้งพบศพนางสาวกมลเนตร อายุ 26 ปี อยู่ในบ้านเช่าเขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ มีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายหลายแห่ง
ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า นายรุจ แฟนของผู้ตายเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยทั้งคู่รู้จักกันผ่านทางแอพพ์หาคู่ จากนั้นพูดคุยกันต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก และนายรุจ ชักชวนให้แฟนสาวมาพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าย่านอรุณอมรินทร์ และมักมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายด้วยการซ้อม ทุบตี และกระทืบ ภายในบ้านเช่าดังกล่าว และจะกักขังไว้ในบ้าน จนภายหลังนางสาวกมลเนตร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้น นายธนเดช จึงหลบหนีออกนอกพื้นที่ (ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ทำความรู้จักกันเพียงไม่ถึง 1 เดือน)

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจ กก.6 บก.ป. สืบสวนทราบว่านายธนเดช หลบหนีมาอยู่ในแมนชั่นแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง และขณะนั้นมีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวงและกักขังอยู่ในห้องพักของนายรุจอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนเข้าทำการช่วยเหลือเหยื่อและจับกุมผู้ต้องหา
โดยขณะเข้าทำการจับกุม พบ นางสาวเนย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดลำพูน อยู่ภายในห้องพักดังกล่าว โดยมีสภาพถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ มีรอยบาดแผลฟกช้ำตามร่างกายเป็นจำนวนมาก ใบหน้าบวมช้ำจนผิดรูป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทลุง พร้อมกับจับกุมนายธนเดช ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบ นายธนเดช มีประวัติเคยก่อเหตุหลายคดี ทั้งคดียาเสพติด และคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ได้แก่
– พ.ศ.2557 ถูกดำเนินคดีข้อหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่ สน.พระราชวัง
– พ.ศ.2558 ถูกดำเนินคดีข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่ สน.บางยี่ขัน
– พ.ศ.2559 ถูกดำเนินคดีข้อหา ฆ่าผู้อื่น โดยใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต ในพื้นที่ สน.บางยี่เรือ โดยถูกศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี 16 เดือน ต่อมาได้รับการลดหย่อนโทษ ถูกจำคุกจริง 5 ปี 10 เดือน และพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2564
ทั้งนี้ ในส่วนของนางสาวเนย ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือไว้ได้นั้น นางสาวเนยได้กล่าวระหว่างถูกช่วยเหลือว่า “คิดว่าตนเองจะต้องตายในห้องนี้แล้ว ไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดออกมาได้” และได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบทั้งน้ำตาว่า รู้จักกับนายธนเดช เมื่อประมาณต้นเดือน ส.ค.65 ผ่านแอพพ์หาคู่
จากนั้นได้พูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก โดยแชตคุยกันประมาณ 1 เดือน ต่อมานายธนเดชได้ลวงให้เดินทางมาหาที่ จ.พัทลุง โดยบอกว่ารักมาก อยากพบเจอ ซึ่งเมื่อประมาณต้นเดือน ก.ย. จึงนั่งรถไฟจาก จ.ลำพูน มาหานายธนเดชที่ จ.พัทลุง ซึ่งหลังจากพบกันครั้งแรก นายธนเดชพาไปทานข้าวที่ตลาด ซึ่งระหว่างนั้นนายธนเดช เกิดอาการหึงหวง กล่าวหาว่านางสาวเนยไปมองชายอื่น
หลังจากนั้นจึงนำจานข้าวปาใส่ใบหน้า และเทน้ำซุปราดศีรษะพร้อมทั้งใช้กำลังตบตี และฉุดกระชากนางสาวเนย มาที่ห้องพักในแมนชั่นที่นายธนเดช เช่าอาศัยอยู่ จากนั้นกักขังไว้ในห้อง ไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้ติดต่อกับผู้ใด และใช้กำลังทำร้ายร่างกายเรื่อยมา

ซึ่งหากนายธนเดชเสพยาบ้า และมีอาการเมายาจะลงมือทำร้ายหนักขึ้น ซึ่งนางสาวเนยต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ภายในห้องเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้ามาช่วยเหลือและจับกุมนายธนเดชได้ในที่สุด
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าเป็นผู้ลงมือ ทำร้ายทั้งนางสาวกมลเนตร จนถึงแก่ความตาย และนางสาวเนย จนได้รับบาดเจ็บจริง สาเหตุที่ทำกับเหยื่อแต่ละคนนั้น นายธนเดชอ้างว่าไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ ทำไปเนื่องมาจากความรัก ความหึงหวง และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงพลั้งมือทำร้าย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่าที่ผ่านมานายธนเดชมักมีพฤติกรรมชอบแชตคุยกับหญิงสาว โดยจะบอกว่ารักและขอนัดเจอ เมื่อผู้หญิงหลงเชื่อ จะพามากักขังที่ห้องพัก ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกายเหยื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจมีเหยื่อรายอื่นที่ถูกกระทำในลักษณะนี้อีกหลายราย ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป
สอบสวนกลางจึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน หากท่านตกเป็นเหยื่อ ถูกนายธนเดช ทำร้ายร่างกายในพฤติกรรมลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ท่านสามารถแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุได้ในทันที
ทั้งนี้ สอบสวนกลางยังขอฝากเตือนภัยไปยังพ่อแม่ผู้ปกครอง ขอให้หมั่นสอดส่องดูแลบุตรหลานของท่านในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ใช้อย่างระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพโดยเด็ดขาด

