หมอธีระวัฒน์ เตือนยา 4 กลุ่ม กระตุ้นสมองเสื่อมเร็วขึ้น

13.10.22 | 13:39 น.
แฟ้มภาพ

 

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมคลิปวิดีโอมีใจความสรุปว่า พฤติกรรมที่พึ่งยาเป็นหลัก ใช้ยาเป็นสรณะ จะส่งผลไปถึงสมอง เร่งให้เกิดอาการสมองเสื่อมได้เร็วขึ้น ยาอะไรหรือพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อสมอง การใช้ยาต้องคำนึงก่อนว่ายาที่ใช้ทุกชนิด แท้ที่จริงการใช้ยาต้องคำนึง ว่าเป็นยาที่ใช้รักษา หรือเพียงแค่บรรเทาอาการเท่านั้น เช่น ยาแก้ปวด อย่างปวดศีรษะ ปวดหัวนั้นอาจจะเป็นเนื้องอกในสมองได้ อาจจะเป็นปวดหัวจากความเครียดก็ได้ แต่แท้ที่จริงยาแก้ปวดทำให้หายปวด แต่ว่าจริงๆ สาเหตุนั้นรุนแรงและร้ายแรงมากกว่าที่เราคิด ในขณะเดียวกันหากใช้ยามากเกินไป ร่างกายจะเป็นสนามรบของยา ไม่ว่าจะเป็นยาเดียวใช้ในปริมาณมากเนิ่นนาน หรือใช้ยาหลายชนิดปนกัน ผลร้ายที่กระทบไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่จะส่งผลร้ายไปถึงสมอง และเร่งทำให้สมองเสื่อมได้เร็วขึ้น

1.ยาในกลุ่มประเภท Anti- เป็นยาบรรเทาอาการ ยาที่ทำให้อาการดูลดน้อยลง เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยาต้านอาการหดหู่ ยารักษาโรคจิต ประสาท อารมณ์ ขณะนี้มีการใช้ยาเหล่านี้ผิดประเภท เช่น นอนไม่หลับไม่ได้ใช้ยานอนหลับเฉยๆ แต่มีการใช้ยาต้านอาการหดหู่ ซึมเศร้า ถึงกระนั้นก็ตามมีการใช้ยาโรคจิต โดยหวังว่าจะใช้ผลข้างเคียงที่ทำให้ง่วงนอนมาทำให้นอนหลับ

นอกจากนี้ หากมีการใช่ยาหลายๆ ตัวร่วมกันจะมีผลส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้สารเคมีบางชนิดเกิดเพิ่มปริมาณและเกิดมีขั้นในสมอง ยกตัวอย่างเช่น ปรากฏการณ์ซีโรโทนิน (Serotonin) ที่มีการคลั่งสารซีโรโทนินในสมอง ทำให้มีอาการทางสมอง เช่น ซึม มีอาการกระตุก แข็งเกร็ง ชักไม่รู้สึกตัว มีผลต่อหัวใจ ความดันขึ้น หัวใจเต้นผิดปกติ จนกระทั่งมีกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งปรากฏการณ์ทั้ง 3 จำพวก ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทั้ง 3 อย่าง ทำให้ยากต่อการวินิจฉัยแต่เกิดขึ้นได้แน่นอน

ผลร้ายที่มองข้ามในเรื่องของ 2.ยาในกลุ่มประเภท ประเภทยาแก้แพ้ ที่ออกฤทธิ์เร็ว กินปุ๊บออกฤทธิ์ปั๊บ อย่างอาการน้ำมูกไหลทานปุ๊บแห้งปั๊บ พวกนี้จะมีผลต่อสมอง ทำให้เกิดสมองเสื่อมเร็วมาก

Advertisement

3.ยาในกลุ่มประเภท รักษาอาการสมองเสื่อม ในกลุ่มผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการและไปใช้ยาแก้สมองเสื่อม แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นยาที่กระตุ้นสมองให้ดูกระฉับกระเฉงแค่นั้นเอง และจะไปเร่งการทำงานของสมองอย่างรุนแรง และมากตลอดเวลา ผิดหลักการทำงานของสมองที่จะต้องทำงานอย่าง ประหยัด มัธยัสถ์ รีไซเคิล 4.ยาในกลุ่มประเภทลดความดัน ที่ใช้จำนวนมากเกินไป จนกระทั่งไม่สามารถมีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมอง ในคนที่มีอายุมากขึ้น ที่มีเส้นเลือดแข็งตัว เส้นเลือดตีบ 5.การผ่าตัดที่ไม่จำเป็น เช่นการผ่าตัดกระดูก ผ่าข้อต่างๆ ซึ่งแท้ที่จริงสามารถใช้วิธีกายภาพบำบัด