สธ. กำชับพื้นที่เสี่ยง “พายุเซินกา” ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด คืบหน้า รพ.อินทร์บุรี ยังให้บริการได้ปกติ พร้อมจ่ายยา-ทำแผลให้ ปชช.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ขณะนี้ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 29 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบสะสม 443,979 ครัวเรือน มีการเปิดศูนย์อพยพ 13 จังหวัด รวม 202 แห่ง ส่วนสถานบริการได้รับผลกระทบสะสม 221 แห่ง ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) 1 แห่ง โรงพยาบาล (รพ.) 15 แห่ง สำนักงานสาธาณสุขอำเภอ (สสอ). 8 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 192 แห่ง ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) 5 แห่ง ส่วนที่เปิดให้บริการปกติ 171 แห่ง เปิดบริการบางส่วน 18 แห่ง ปิด/ย้ายจุดบริการ 32 แห่ง ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่องพายุโซนร้อน เซินกา (SONCA) ที่จะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักและลมแรงในจังหวัดสกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
“จึงขอให้สถานบริการในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมป้องกันอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ไม่ให้ได้รับผลกระทบ จัดหาพื้นที่ให้บริการสำรอง ในกรณีที่สถานบริการไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เตรียมแผนการอพยพและระบบการส่งต่อผู้ป่วย สำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ รวมถึงเตรียมพร้อมดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง” นพ.โอภาสกล่าว
นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ของ รพ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี วันนี้ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล ว่า ระดับน้ำยังทรงตัวสูงกว่าระดับพื้นด้านหน้า รพ.ประมาณ 30-40 เซนติเมตร ได้ใช้กระสอบทรายกั้นเป็นแนวกำแพงป้องกัน แต่ยังพบปัญหาน้ำผุดใต้ดิน จึงต้องขุดบ่อในจุดที่ต่ำที่สุดเพื่อกักเก็บน้ำและทำการสูบน้ำออกเพื่อรักษาระดับ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมใน รพ. ขณะนี้ยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ แต่มีการปรับรูปแบบการให้บริการ โดยจัดตั้งศูนย์บริการบริเวณด้านหน้า รพ. บริเวณถนนชัยนาท-สิงห์บุรี 311 ให้บริการทำแผลและจ่ายยาให้กับประชาชนที่เจ็บป่วยเล็กน้อย หากต้องเข้ารับการรักษาใน รพ.ได้จัดรถรับ-ส่งอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งประสานกับ รพ.สต.จัดส่งยาให้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรังถึงบ้านเพื่อป้องกันการขาดยา เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกจากบ้านและมีปัญหาในการเดินทาง
นอกจากนี้ เนื่องจากน้ำมีปริมาณมาก รถใหญ่ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ รพ.จึงปรับเปลี่ยนการขนส่งถังออกซิเจนจากขนาดใหญ่เป็นขนาดเล็กแทน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดูแลรักษาคนไข้ และหากน้ำเข้าท่วม รพ.จะใช้แผนระดับจังหวัด เคลื่อนย้ายและรับส่งต่อผู้ป่วย โดยกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยไม่รุนแรง จะส่งต่อ รพ.คู่ขนานที่ อ.บางระจัน กรณีเจ็บป่วยรุนแรง จะส่งต่อ รพ.สิงห์บุรี แต่หาก รพ.สิงห์บุรีมีน้ำท่วม จะประสานส่งต่อไปยัง รพ.สระบุรี และ รพ.ลพบุรีต่อไป

