ลูกเขยแค้นจนคลั่ง บุกยิงพ่อตา-น้องเมียดับ มาดักซ้ำ กะก่อเหตุยกครัว แต่โดนรวบก่อน

15.10.22 | 16:13 น.

ลูกเขยแค้นจนคลั่ง บุกยิงพ่อตา-น้องเมียดับ มาดักซ้ำ กะก่อเหตุซ้ำยกครัว แต่โดนรวบก่อน 

เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 15 ตุลาคม ร.ต.อ.กิตติพงศ์ บุญเศรษฐ พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านสุขสำราญ เขตบางแค กทม. จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พ.ต.อ.วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์ ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บกน.9 พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บชน. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น บริเวณกลางบ้านชั้นล่างพบศพ นายพงศธร อายุ 22 ปี อาชีพขับแกร็บมีบาดแผลถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่ขมับซ้ายทะลุขวา หัวกระสุนตกอยู่บนหมอน ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ 2 ปลอก และบริเวณริมกำแพงหลังบ้านพบศพนายธานินทร์ อายุ 46 ปี บิดานายพงศธร มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับซ้ายกระสุนฝังใน ใกล้กันพบปลอกกระสุนขนาด .38 ตกอยู่ 1 ปลอก ตรวจสอบบริเวณบนชั้น 2 ตรงประตูห้องนอนพบร่องรอยถูกอาวุธปืนยิงเข้าใส่ 2 แห่ง และหน้าห้องพบปลอกกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก จึงถ่ายภาพเก็บรวบรวมจุดเกิดเหตุทั้งไว้เป็นพยานหลักฐาน

สอบสวน น.ส.ประภัสสร อายุ 44 ปี ภรรยานายธานินทร์ ให้การว่าผู้ก่อเหตุคือนายนที หรือเป้ พันธุมเสน อายุ 28 ปี ลูกเขยที่ข่มขู่ครอบครัวมาหลายครั้ง ซึ่งสาเหตุเกิดจากลูกเขยคบกับลูกสาวตั้งแต่สมัยเรียน แต่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงบอกให้เลิกคบ ทั้งคู่จึงเลิกคบกันไปพักหนึ่ง จากนั้นกลับมาคบกันใหม่จนมีลูกชาย 1 คน ก่อนที่ลูกเขยจะมาขอขมา แล้วแยกครอบครัวออกไปอยู่ด้วยกันที่ซอยเพชรเกษม 110 และกีดกันไม่ให้ลูกไปมาหาสู่ครอบครัว และข่มขู่ห้ามโทรศัพท์ติดต่อหาด้วย สาเหตุแค้นที่ถูกกีดกัน กระทั่งต่อมาลูกสาวตั้งท้องอีกคนอายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลูกเขยโทรศัพท์มาข่มขู่จะฆ่ายกครัวบ่อยครั้ง กระทั่งตนอัดคลิปเสียงขณะพูดจาข่มขู่ไว้แล้วเอามาเป็นหลักฐานแจ้งความไว้ที่ สน.เพชรเกษม เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ตำรวจไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ

น.ส.ประภัสสรกล่าวว่า ทราบจากลูกสาวว่าลูกเขยไม่ยอมทำมากิน กระทั่งลูกสาวตั้งท้องจนจะคลอดยังต้องไปทำงานหาเลี้ยงและลูกเขยแอบขโมยของมีค่าของลูกสาวไปขาย เอาเงินมาซื้ออาวุธปืนจากทางโซเชียลมาก่อเหตุ ก่อนเกิดเหตุลูกสาวไลน์มาบอกว่า ลูกเขยออกจากบ้านบอกจะมายิงครอบครัวให้ตายยกครัว ระหว่างที่คุยไลน์กับลูกสาวก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด และนัดที่ 3 ตามมาอย่างรวดเร็ว 2 นัดแรก ลูกเขยเปิดประตูเข้ามายิงนายพงศธร ขณะนอนหลับไม่ได้ล็อกประตู เป็นจังหวะที่สามีกำลังลงจากชั้นสองมาอาบน้ำบริเวณชั้นล่างเพื่อไปทำงาน พบกับผู้ก่อเหตุพอดี จึงถูกยิงตายตามไปอีกศพ

“ตอนนั้นไม่รู้ว่าสามีถูกยิง เพราะยังตะโกนบอกสามีว่าให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ จากนั้นลูกเขยวิ่งขึ้นมาที่ห้องนอน จึงรีบวิ่งเข้าห้องล็อกประตู ผู้ก่อเหตุยิงปืนใส่ประตู แต่นั่งหลบ ประตูพีวีซีแตกกระเด็นถูกแขนเป็นแผลหลายแห่ง รีบเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในห้องน้ำก่อนโทรศัพท์บอกเพื่อนให้โทรแจ้งตำรวจ จากนั้นลูกเขยปืนโหดก็หลบหนีไป ผ่านไปสักพัก ลูกสาวโทรกลับมาบอกว่า ให้ระวังตัวเพราะผู้ก่อเหตุย้อนกลับไปที่บ้านซอยเพชรเกษม 110 แล้วบอกลูกสาวว่าจะย้อนกลับมายิงให้ตายยกครัว เติมกระสุนไปหลายลูกและขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านแล้ว”

Advertisement

ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซอยที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่านายนที ผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สี เทา ทะเบียน 3ขก 75– กรุงเทพมหานคร มาจอดไว้หน้าปากซอย 7 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เพื่อไม่ให้คนในบ้านได้ยินเสียง แล้วเดินมาก่อเหตุ ภายหลังคนร้ายก่อเหตุ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์เรียกประชุมชุดสืบสวน บก.สส.บชน กก.สส.บกน.9 และชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเกรงจะไปก่อเหตุซ้ำกับบุคคลอื่น ก่อนทั้งหมดแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่

แต่ระหว่างนั้น ด.ต.ไมตรี โคเวียง ผบ.หมู่งานสืบสวน กก.สส.บกน.9 กำลังเดินไปขึ้นรถที่ลานจอดรถบริเวณวัดม่วง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สน.เพชรเกษม ภายในวัดกำลังมีงานทอดกฐินประจำปี มีรถยนต์จอดเต็มลานและผู้คนพลุกพล่านบริเวณศาลาริมน้ำ เชิงสะพานข้ามคลอง ประชาชนนั่งกันหลายคน ด.ต.ไมตรีสังเกตพบชายที่นั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำตำหนิรูปพรรณลักษณะตรงกับนายนที ผู้ก่อเหตุใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงลายพรางทหาร สวมหน้ากากอนามัย ท่าทางมีพิรุธ จึงเข้าไปสอบถามมารอใคร ซึ่งชายคนดังกล่าวตอบว่ามาทำบุญ ก่อนย้อนถามกลับว่าพี่มาตามใคร ด.ต.ไมตรี จึงให้ชายคนดังกล่าวถอดหน้ากากอนามัยจนทราบว่าเป็นนายนที ก่อนรีบตะครุบปืนที่เอวจับตัวได้พร้อมของกลางอาวุธปืนแบลงค์กัน เครื่องกระสุน 8 นัด

ด.ต.ไมตรีสอบถามเบื้องต้นนายนที ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะมาดักยิง น.ส.ประภัสสร ที่แอบซ่อนตัวในห้องขณะก่อเหตุ เพราะรู้ว่าทุกคนที่รอดชีวิตต้องมาให้การที่ สน.เพชรเกษม จากนั้นจึงนำตัวส่ง สน.เพชรเกษม สอบสวนทันที

ด้าน พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเขยของบ้านที่เกิดเหตุ มีความโกรธแค้นคิดว่าพ่อแม่ภรรยาไม่ชอบจึงมาก่อเหตุ ก่อนหน้าไปซื้อสิ่งเทียมอาวุธปืนและนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธปืนขนาด .380 มาดักรออยู่ 2-3 วัน โดยก่อนก่อเหตุมาซุ่มรอที่หน้าบ้าน เห็นพ่อตาเดินออกมาหลังบ้าน จึงเข้าไปยิงและเข้าบ้านไปยิงน้องชายจนทั้งสองเสียชีวิต ส่วนแม่ยายหลบอยู่ด้านบน ผู้ก่อเหตุตามขึ้นไปแต่ก่อเหตุไม่สำเร็จ จึงหลบหนีไป หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนประชุมหารือและทราบว่าผู้ก่อเหตุมีความโกรธแค้นแม่ยายอยู่ จึงจัดกำลังเฝ้าระวังและออกสืบสวนหาข่าว พบบุคคลต้องสงสัยและมีรูปพรรณการแต่งกายคล้ายผู้ก่อเหตุ จึงเข้าจับกุมและตรวจค้นพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีกระสุนบรรจุอยู่ 8 นัด เชื่อได้ว่าอาจจะเป็นกระสุนที่บรรจุเข้าไปใหม่

หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าหลบหนีไปที่บ้านพักและเดินทางมาที่วัดบางม่วง ส่วนประเด็นที่ว่ามีการมาดักรอเพื่อก่อเหตุซ้ำกับแม่ยาย ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้เพราะเป็นเรื่องละเอียดที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ ที่เข้ามาประกอบ ส่วนเรื่องการตรวจสารเสพติดในร่างกายต้องรอผลการตรวจอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลอีกครั้ง

นอกจากนี้ ที่ผู้เสียหายเคยถูกข่มขู่ และนำคลิปเสียงมาแจ้งความ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สนใจ จนนำมาสู่การสังหารถึง 2 ศพนั้น พล.ต.ต.พงศ์อานันต์กล่าวว่า ได้ให้แนวทางในการดูแลพี่น้องประชาชน และผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามก็มีระเบียบในการดำเนินการอยู่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน