เปิด 3 ภาพถ่ายมือถือระทึก ทีมวิจัย เมื่อครั้งเจอ “แมวยักษ์” ในระยะประชิดตัว
เฟชบุ๊ก Khao nang rum Wildlife Research Station สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยนักวิจัยเสือโคร่ง โพสต์เล่า เรื่องการเจอกันแบบประจันหน้าระหว่างนักวิจัย และเสือโคร่งตัวเขื่องในบ่ายวันหนึ่งบ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ณ จุดตั้งแค้มป์ของทีมวิจัยนางรำ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก กลุ่มชายหกคนกำลังนั่งล้อมพูดคุยสัพเพเหระโดยมีกองไฟเป็นศูนย์กลาง นัยว่าเป็นการผ่อนคลาย หลังจากที่เสร็จภาระงานการนำกล้องดักถ่ายไปติดตั้งเพื่อถ่ายเสือโคร่งในป่า
ขณะพูดคุยผสมเสียงหัวเราะครึกครื้น ก็มีเสียงแว่ว เป๊บ เป๊บ จากบริเวณข้างเคียง ที่ทุกคนได้ยินแต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาระหว่าง กวางป่า และผู้ล่า ซึ่งอาจเป็น เสือดาวหรือ หมาไน แต่ยังไม่ทันไร เจ้าของเสียงเป๊บ ก็กระโจนพรวดมาประชิดกลุ่มคน
ทุกคนมองตามไปทางทิศที่กวางเคลื่อนที่ผ่านไป พร้อมกับจับภาพแผลที่ไหล่ของมันได้ ในวินาทีนั้นทุกคนคิดว่า โดนเสือดาวไล่มาเป็นแน่ แล้วใครบางคนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในวงนั้นแล้วเขาไปอยู่ที่ไหน
ขณะที่อีกมุมหนึ่งของแค้มป์มีชายนอนปลีกวิเวกอยู่ในเปลห่างออกไปจึงไม่ได้มีส่วนร่วมสนทนาและแนวทอดมองสายตาก็อยู่ในทิศตรงกันข้ามกับกวางป่า หลังสิ้นเสียงกวางป่าร้องที่ระยะประชิด เขายกศรีษะขึ้นจากเปลนิดหนึ่ง
พลันสายตาก็ไปปะทะเข้ากับ “แมวยักษ์” ซึ่งยืนจ้องไปทางกวางแต่เขากับรู้สึกว่า แมวยักษ์ นั้นจ้องมาทางเขาทำให้รู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็แข็งใจคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วประคองให้มันสั่นไหวน้อยที่สุด จึงกดถ่ายไปสามภาพ เท่านั้น
เมื่อเสือโคร่งล่าถอยโดยตีวงอ้อมไปอีกทาง “ตะโป” ชายในเปลจึงรีบโดดลงเปลแล้วพุ่งเข้าหาวงล้อมในสภาพหน้าซีดพร้อมละล่ำละลักเล่า
“ขี้หมึงพะโละโกะพละพลา $€#?*€ พปวยกฟจบดวพมจห” ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นที่ชาวนางรำไม่เข้าใจ แต่ท้ายที่สุดชายหนุ่มที่อุปโลกเป็นเขย ก็จับใจความคำแปลได้เล่าว่า
“เสือโคร่งตัวใหญ่ตามกวางมา แล้วมาหยุดที่ปลายเปล ห่างจากตัวเองราว 2-3 เมตร ตัวเองกลัวว่าเสือโคร่งจะรู้ว่ามีคนนอนในเปล จึงใช้เท้ายันขึงเปลไว้ให้นิ่งที่สุด แล้วใช้กล้องจากโทรศัพท์กดถ่ายในขณะที่ใจเต้นแรงสุดๆ”
ที่มา : Khao nang rum Wildlife Research Station




