(ซ้าย)เซอร์ เกรกอรี พอล วินเทอร์
(ขวา)ศ.นพ.วลาดิเมียร์ ฮาชินกี
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะรองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้าฯ และศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 25 ประจำปี 2559
นายเสข กล่าวว่า ในปีนี้มีการเสนอรายชื่อเข้ารับการพิจารณารับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลจำนวน 59 คน จาก 24 ประเทศ คณะกรรมการพิจารณาแล้วลงมติให้มีผู้ได้รับรางวัลสาขาการแพทย์คือ ” เซอร์ เกรกอรี พอล วินเทอร์” (Sir Gregory Paul Winter) คณบดีวิทยาลัยทรินิตี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นนักชีวเคมีที่เป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีสร้างและดัดแปลงโมเลกุลของแอนติบอดีให้มีประสิทธิภาพสูงและมีความเสี่ยงเป็นสิ่งแปลกปลอมลดลง (antibody humanization) และให้ “ศ.นพ.วลาดิเมียร์ ฮาชินกี” (Professor Vladimir Hachinski) ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ มหาวิทยาลัยเวสเทอร์น ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ได้รับรางวัลในสาขาการสาธารณสุข จากผลงานการริเริ่มนำคำว่า “เบรนแอทแทค”(brain attack) มาใช้เพื่อสื่อถึงความฉุกเฉินของโรคเฉียบพลันที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว แทนการสังเกตอาการอยู่ที่บ้าน จนกลายเป็นมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ค้นพบบทบาทที่สำคัญของสมองส่วนอินซูลาร์ ซึ่งมีผลต่อการเต้นผิดปกติของหัวใจ ที่มีผลทำให้เสียชีวิตได้ โดยจะได้รับรางวัล คือ เหรียญ ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ในการพระราชทานรางวัลในวันที่ 31 มกราคม 2560 เวลา 17.30 น. ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า ที่จริงผลงานจากผู้เข้ารับการพิจารณามีความสำคัญใกล้เคียงกัน แต่ผลงานของเซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์ นั้น เป็นการพัฒนาแอนติบอดี้เสมือนแอนติบอดี้ของมนุษย์ เดิมการรักษาโรคด้วยการใช้แอนติบอดีนั้นมีมานานแล้ว แต่ร่างกายมักจับได้ว่าไม่ได้เป็นของตัวเองจริงมีการต่อต้านขึ้นมา ดังนั้นเซอร์เกรกอรี รวมกับคณะนักวิจัยจึงได้มีการศึกษาพัฒนาแอนติบอดีของสัตว์และคนที่ให้มีความเสมือนแอนติบอดีของคนมากที่สุด ร่างกายตรวจสอบไม่ได้ทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมามียาที่พัฒนาแอนติบอดีดังกล่าวประมาณ 50 ชนิด ส่วนมากจะลงท้ายด้วยคำว่าอูแมพ (UMAP) ที่ใช้ในการรักษาโรคอักเสบต่างๆ เช่น รูมาตอยล์ รวมถึงโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เอสแอลอี) จริงๆ การศึกษาชิ้นนี้มีการจับตามานานแล้วและถึงเวลาที่ควรมอบรางวัลให้เพราะเป็นการพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติจริงๆ
ส่วนผลงานที่ชนะรางวัลสาขาการสาธารณสุขของศ.นพ.วลาดิเมียร์ ฮาชินสกี นั้นเกิดจากความคิดว่าการรักษาโรครายบุคคลนั้นเกิดประโยชน์น้อย ดังนั้นจึงมีการวิจัยโรคสมองขาดเลือดเฉียบพลัน หรือสโตรก ซึ่งเป็นโรคที่มีปัญหาในผู้สูงอายุ เมื่อเป็นแล้วหากไม่เสียชีวิตก็เป็นอัมพาต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคนเรามีโอกาสเป็นโรคสโตรกได้ 1 ใน 3 คน อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยพบว่าโรคดังกล่าวโรคดังกล่าวหากได้รับการดูแลรักษาเร็วภายใน 8 ชั่วโมงก็สามารถลดอัตราการเสียชีวิตและพิการได้ ดังนั้น ต้องเผยแพร่เรื่องนี้ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการรู้เร็วรักษาเร็ว ทั้งนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยก็ใช้แนวทางนี้ในการดูแลอยู่

