‘ชัชชาติ’ ยันชุมชนอ่อนแอ เมืองไม่มีทางเข้มแข็ง-หารือเครือข่ายดัน ศก.พื้นที่สีเขียวริมคลองฝั่งธนฯ

17.10.22 | 15:35 น.

‘ชัชชาติ’ ยันชุมชนอ่อนแอ เมืองไม่มีทางเข้มแข็ง คุย ‘ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย’ หาช่องทำกิน ดันเศรษฐกิจพื้นที่สีเขียวริมคลองฝั่งธนบุรี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมร่วมกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเครือข่ายการพัฒนาคลองฝั่งธนบุรี เพื่อหารือและร่วมพัฒนาแผนเศรษฐกิจสีเขียวชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีอย่างยั่งยืน

สำหรับการประชุมวันนี้ มี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารและข้าราชการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักพัฒนาสังคม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง นักวิจัยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันคลังสมองของชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยสยาม กลุ่มยังธน ชุมชนคลองบางประทุน ชุมชนพูนบำเพ็ญ ชุมชนคลองบางมด ชุมชนถิ่นคุณกะลา ชุมชนบางขุนเทียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายชัชชาติกล่าวว่า วันนี้ ดร.วิจารย์ ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วยเครือข่ายการพัฒนาคลองฝั่งธนบุรี ได้นำสรุปผลโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสีเขียวชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรี จากการหารือร่วมกันปัญหาหลักๆ ที่เราเจอ จะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพทางฝั่งธนบุรี จะเห็นว่าสมัยก่อนทางฝั่งธนบุรีมีคลองเยอะ ช่วยเรื่องการชลประทานเอาน้ำเข้าเรือกสวน ปัจจุบันคลองเปลี่ยนเป็นหน้าที่ระบายน้ำ จะมีประตูระบายน้ำอยู่ด้านหน้า จึงทำให้การเดินทางที่เคยสะดวก เรือเดินเข้าเดินออกเปลี่ยนแปลงไป การที่ปิดประตูระบายน้ำจึงทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไปในการเดินทาง เรื่องการประสานงานในการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้เรือเดินเข้าเดินออกได้จึงต้องมีการหารือกัน หรือในปัจจุบันมีน้ำเค็มเข้ามารุกในพื้นที่คลองเยอะ ทำให้วิถีชาวบ้านต้องเปลี่ยนไป เมื่อก่อนเคยปลูกส้มบางมดปลูกลิ้นจี่ เมื่อมีน้ำกร่อยเข้ามาชาวบ้านก็อยู่ไม่ได้ จึงต้องมีการหารือร่วมกัน การดูแลน้ำเค็มที่รุกเข้ามา การดูแลเรื่องปรับเปลี่ยนตัวประตูระบายน้ำ เรื่องนี้คือสภาพทางกายภาพของเมืองที่เปลี่ยนไป

“ทำอย่างไรที่จะให้วิถีชีวิตดั้งเดิมซึ่งยังมีคุณค่าอยู่ สามารถอยู่ได้ และอยู่ร่วมกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เรื่องนี้เป็นโจทย์สำคัญที่กรุงเทพมหานครต้องเข้าไปช่วยดูแล ซึ่งเราเองต้องอาศัยชาวบ้านในชุมชน โดยวันนี้มากันหลายชุมชน เช่น ชุมชนพูนบำเพ็ญ ชุมชนคลองบางมด ชุมชนถิ่นคุณกะลา ชุมชนบางขุนเทียน ที่ยังมีความเข้มแข็งอยู่” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

ด้าน ดร.วิจารย์กล่าวว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาคลองระดับพื้นที่ ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยชุมชน ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ที่จะมีวัฒนธรรมดั้งเดิม ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว ซึ่งยังมีอยู่ โดยทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ และภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะนำสิ่งที่กรุงเทพมหานครมีอยู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว การมีชีวิตอย่างยั่งยืนอยู่กับสภาพธรรมชาติ สอดคล้องรองรับกับการวิจัยสภาพภูมิศาสตร์ได้เป็นอย่างดี เราจะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนได้อย่างไร

“ท่านผู้ว่าฯชัชชาติ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งเราจะขับเคลื่อนกันต่อ โดยเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง เราเป็นองค์กรที่จะสนับสนุนด้านวิชาการ จะทำอย่างไรให้ชุมชนอยู่ได้ สิ่งแวดล้อมอยู่ได้ มีรายได้เพิ่มขึ้น เรื่องผังเมือง เรื่องอื่นๆ ที่เราจะทำงานร่วมกันต่อไป”  ดร.วิจารย์กล่าว

ทั้งนี้ นายชัชชาติยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สิ่งที่กรุงเทพมหานครต้องทำอย่างเร่งด่วน มีอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ทางด้านกายภาพ การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ การดูแลน้ำเค็มที่เข้ามา การดูแลจัดเก็บขยะ ดูแลสภาพแวดล้อมให้ดี ทางเดินริมคลองเพื่อให้คนเดินทางสะดวกขึ้น การเชื่อมต่อรถรางเรือ อาจจะดูว่าสถานีรถไฟฟ้าสามารถเชื่อมต่อกับคลองได้หรือไม่ รวมถึงอุปสรรคเรื่องท่อที่เรือลอดผ่านไม่ได้ จะหาแนวทางแก้ไขได้อย่างไร ในภาพรวมต้องปรับสภาพทางด้านกายภาพให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เรื่องต่อมา เป็นการเน้นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง สร้างเศรษฐกิจสร้างอัตลักษณ์ในชุมชนให้สามารถอยู่รอดได้ เพื่อคงวิถีชีวิตที่มีคุณค่าไว้ อย่างเช่น ชุมชนพูนบำเพ็ญ ที่มีการทำโฮมสเตย์ ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา สร้างชุมชนให้เข้มแข็งรักษาสภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวชุมชนไว้ ชุมชนคลองบางมด มีฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ ชุนชนตลาดพลู มีวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อม ชุมชนถิ่นคุณกะลา ซึ่งมีพื้นที่อยู่ 12 ไร่ จะย้ายประชากรลิงเข้ามาให้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

“เราต้องพัฒนาชุมชนให้สามารถดูแลตนเองได้ จากนั้นเอาโมเดลเหล่านี้ขยายต่อสู่ชุมชนอื่นๆ จะต้องทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็ง ถ้าชุมชนอ่อนแอ เมืองไม่สามารถเข้มแข็งได้ ฝั่งธนฯไม่เหมือนฝั่งกรุงเทพฯ ทั้งวิถีชีวิตสภาพคลองซึ่งเป็นคนละรูปแบบกัน ซึ่งขนาดของชุมชนไม่ได้เพิ่ม แต่เราจะขยายไปยังชุมชนอื่นๆ ต่อไป” นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีเป็นแนวทางการพัฒนาชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรี ให้คงยังมีวิถีแห่งสายน้ำด้วยการค้นหารูปแบบที่เหมาะสมบนฐานเศรษฐกิจสีเขียวในการพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมศักยภาพและโอกาส และสอดคล้องกับภูมินิเวศและความเข้มแข็งของชุมชน

การพัฒนานี้จะนำมาซึ่งความผูกพันในการอยู่อาศัย การสร้างอาชีพ และความเป็นอยู่ที่ดี ทำให้พื้นที่คลองและวิถีชีวิตชาวฝั่งธนฯ ยังสามารถดำรงต่อไปได้ โดยมีพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนา 4 แห่ง ที่มีศักยภาพความพร้อมในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวที่เป็นเชิงสินค้าการเกษตร และบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตร-วัฒนธรรม อันจะผลักดันให้เกิดการพึ่งพาตนเองบนฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน

ได้แก่ ชุมชนพูนบำเพ็ญ เขตภาษีเจริญ  ชุมชนตลาดพูล เขตธนบุรี  ชุมชนคลองบางประทุน เขตจอมทอง และชุมชนคลองบางมด เขตทุ่งครุ-บางขุนเทียน ที่มีความเชื่อมโยงการเดินทางด้วยคลอง และระบบขนส่งมวลชน