กรมควบคุมโรค เผยผู้ป่วยโควิดXBB 2 รายในไทย อาการไม่มากล่าสุดหายดีแล้ว

17.10.22 | 20:12 น.

กรมควบคุมโรค เผยผู้ป่วยโควิดXBB 2 รายในไทย อาการไม่มากล่าสุดหายดีแล้ว

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากรายงานการเฝ้าระวังสายพันธุ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ขณะนี้พบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกลายพันธุ์ใหม่ และรายงานในหลายประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ สายพันธุ์ XBB ซึ่งขณะนี้พบผู้ป่วย 2 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ โดยรายแรกเป็นหญิงไทย อายุ 49 ปี มีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2565 และวันรุ่งขึ้นเริ่มมีอาการ ไอ คัดจมูก ไม่มีไข้ ต่อมาวันที่ 27 กันยายน 2565 ได้ทำการตรวจด้วย ATK พบผลบวก จึงเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและรับยากลับมารักษาตัวที่บ้านจนครบกำหนด ขณะนี้หายเป็นปกติแล้ว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ส่วนรายที่ 2 เป็นหญิงต่างชาติอายุ 60 ปี เดินทางมาจากฮ่องกง มีอาการไอ ไม่มีไข้ ตรวจด้วย ATK พบผลบวก วันที่ 28 กันยายน 2565 จึงเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชน และรับยากลับมาพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักโรงแรมนาน 10 วัน ขณะนี้ทั้ง 2 รายหายจากอาการป่วยโควิด-19 แล้ว และได้เดินทางต่อไปยังต่างประเทศแล้ว

“แม้ว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ในไทยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ ป่วยหนัก และเสียชีวิต โดยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเสียชีวิต 53 ราย เฉลี่ยวันละ 7 ราย/วัน ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่ม 608 และมากกว่าครึ่งหนึ่งยังไม่ฉีดวัคซีน และจากการเฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดในต่างประเทศที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากไวรัสกลายพันธุ์ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับวัคซีนมาแล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 4 เดือนไปรับวัคซีนโดยเร็ว แม้วัคซีนจะไม่ได้ป้องกันการติดโควิด-19 ได้ทั้งหมด แต่วัคซีนมีประสิทธิผลเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าสามารถช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้
อย่างดี” นพ.ธเรศกล่าว

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ด่านควบคุมโรคติดต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินนานาชาติในภูมิภาค ได้ยกระดับการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากสิงคโปร์และฮ่องกง ตลอดจนประเทศที่มีรายงานการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ XBB หากผู้เดินทางจากพื้นที่ดังกล่าวมีอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูก เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิสามารถแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเพื่อขอรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ฟรี

Advertisement

ทั้งนี้ แนะนำผู้โดยสารสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยระหว่างการเดินทาง นำชุดตรวจ ATK ติดตัวไปพร้อมสำหรับตรวจเมื่อมีอาการในต่างประเทศ รวมทั้งขอรับวัคซีนเข็มกระตุ้นก่อนการเดินทางหากครบกำหนดฉีดแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด- 19 ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกช่วงวัย ล่าสุดได้จัดหาวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดง สำหรับเด็กเล็กอายุ 6 เดือน – 4 ปี มาให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา วัคซีนดังกล่าวสามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นในวันเดียวกัน จึงขอเชิญชวนผู้ปกครองที่ใส่ใจนำบุตรหลานเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด- 19 ได้ที่สถานพยาบาลทั่วประเทศ ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422