หน้าแรก ในประเทศ รองนายกฯเปิดป...

รองนายกฯเปิดประชุมนานาชาติกิจกรรมทางกายฯ ดึงคนไทยใส่ใจสุขภาพ

16.11.16 | 19:05 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยกิจกรรมทางกายและสุขภาพ ครั้งที่ 6 (The 6th International Congress on Physical Activity and Health 2016) หรือ ISPAH 2016 Congress ซึ่ง สสส. ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ในระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายนนี้ โดยมีกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพร่วม และองค์การอนามัยโลก เป็นผู้สนับสนุนสำคัญ ภายในงานมีนักวิชาการ นักวิจัย ภาครัฐ และองค์กร เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน จาก 80 ประเทศ โดยที่ประชุมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นเวลา 89 วินาทีก่อนการประชุม


โดย พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว การมีกิจกรรมทางกายระดับบุคคล สถานที่ที่เอื้อต่อกิจกรรมทางกาย และนโยบายที่สนับสนุนกิจกรรมทางกาย นับเป็นก้าวสำคัญของการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะการพัฒนางานวิจัย ข้อมูลวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนสังคมและนโยบายได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs คือ มุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่และสุขภาพที่ดีของประชากรในทุกช่วงวัย โดยลดอัตราการตายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเอ็นซีดี (NonCommunicable Diseases หรือ NCDs) ให้ได้ 1 ใน 3 ภายในปี 2573
โดยประเทศไทยพบจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเอ็นซีดี เพิ่มขึ้นจาก 314,340 คน ในปี 2552 เป็น 349,090 คน ในปี 2556 หรือกล่าวได้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 ภายในระยะเวลา 4 ปี โดยข้อมูลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet พบว่าทั่วโลกสูญเสียค่ารักษาร่วมกับค่าเสียโอกาสเมื่อป่วยด้วยโรคเอ็นซีดี เฉพาะส่วนที่มีผลมาจากการขาดกิจกรรมทางกาย ราว 67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เฉพาะประเทศไทย ราว 2,400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายแห่งชาติฉบับแรกของไทยมีเป้าหมายขับเคลื่อนให้เห็นผลจริงภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย (Physical Inactivity) อาทิ นั่งทำงานตลอดเวลา มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคได้เท่ากับหรือมากกว่าการสูบบุหรี่ด้วย ถึงขั้นในต่างประเทศมีคำกล่าว Sitting is the new smoking ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายในแต่ละวันให้เพียงพอ ต้องส่งเสริมให้เกิดการตื่นตัว ให้ทุกคนมีพฤติกรรมทางกายที่เพียงพอ และจำเป็นต้องอาศัยการจัดปัจจัยสภาพแวดล้อม การสนับสนุนเชิงนโยบาย หรือระบบสนับสนุน โดยคำนึงถึงปัจจัยทางสังคมกำหนดสุขภาพ รวมไปถึงการจัดระบบการศึกษา การคมนาคมขนส่ง การจัดพื้นที่ทางกายภาพเพื่อสร้างความสะดวกให้กับประชาชนในการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เช่น ทางเท้าหรือเส้นทางที่เอื้อต่อการเดิน การเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ ดังนั้นต้องอาศัยการทำงานที่บูรณาการระหว่างกระทรวงต่างๆ ตลอดจนภาคเอกชนและประชาสังคมที่จะเข้ามามีบทบาทสนับสนุน