เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม บริเวณห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ, คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษา ฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ สถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตร โครงการอาสาตาจราจร โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปที่บันทึกเหตุการณ์ฝรั่งเล่นโรลเลอร์เบลด บนถนนสุขุมวิท และคลิปกล้องหน้ารถอื่นๆ ประจำเดือน ส.ค.65 10 รางวัล รวมเงินรางวัล 60,000 บาท โดยมีบริษัท วิริยะ สนับสนุนเงินรางวัลในกิจกรรมดังกล่าว
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการรณรงค์เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการขับรถตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยผู้ที่พบเห็นการทำผิดกฎจราจร หรือพบเห็นอุบัติเหตุจราจรสำคัญ ให้บันทึกเหตุการณ์จากคลิปกล้องหน้ารถ หรือกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วส่งมาให้ในเพจตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) หรือเพจกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100 นอกจากนั้นจะขยายช่องทางการตรวจสอบคลิปที่แชร์การทำผิดกฎจราจร ในแพลตฟอร์ม ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ทวิตเตอร์ หรือติ๊กต็อก ตัวอย่างเช่น คลิปฝรั่งเล่นโรลเลอร์เบลด ที่ถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 14 ต.ค.65 ได้มาจาก ติ๊กต็อก ซึ่งประชาชนที่พบเหตุการณ์ดังกล่าว ได้บันทึกจากโทรศัพท์มือถือ โดยผู้โดยสารที่ซ้อนท้ายเป็นผู้ถ่ายคลิป และหลักฐานจากคลิปดังกล่าวเป็นข้อมูลให้ตำรวจ สน.ลุมพินี สามารถติดตามผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นชาวต่างชาติมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา “กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย หรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือกระทำด้วยประการอื่นใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ซึ่งคลิปเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เช่น คลิปที่สามารถเป็นอุทาหรณ์แสดงถึงอันตรายที่เกิดจากฝ่าฝืนกฎหมายจราจร หรือคลิปที่สามารถเป็นพยานหลักฐานในการติดตามผู้กระทำผิดมารับโทษ จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากมูลนิธิเมาไม่ขับและบริษัท วิริยะประกันภัยฯ เดือนละ 10 รางวัล โดยคลิปที่ได้ลำดับ 1 จะได้รับรางวัลสูงสุดถึง 20,000 บาท
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้ขับขี่ที่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถทาง ตร.จึงออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ.2565 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.65 เป็นต้นมา เพื่อกำหนดข้อยกเว้นให้ผู้ขับขี่รถสามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถได้ โดยต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศดังกล่าว ทั้งนี้ สำหรับประกาศดังกล่าวนั้น ทาง พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ขับขี่สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ คือ 1) ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย/อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา/ระบบกระจายเสียง โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2) ใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับยึด หรือติดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้กับส่วนหน้าของตัวรถทุกครั้งก่อนการขับรถ โดยต้องไม่บดบังทัศนวิสัยหรือเสียความสามารถในการขับรถ กรณีมีความจำเป็นต้องถือ จับ สัมผัสโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อใช้งาน ให้หยุดหรือจอดในสถานที่สำหรับจอดรถอย่างปลอดภัย หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท จึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายจราจร เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างความปลอดภัยในการขับขี่ และขอให้ร่วมกันเป็นอาสา ตาจราจรตรวจตราการทำผิดบนท้องถนน ด้วยการส่งคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกเหตุการณ์การทำผิดกฎจราจร หรืออุบัติเหตุจราจรที่สำคัญ มาทางช่องทางที่กำหนดในโครงการ ต่อไป

