รองโจ๊ก ผอ.ศพดส.ตร.แถลงขยายผลจับ จนท.รัฐเครือข่ายค้ามนุษย์ไปดูไบ

20.10.22 | 13:59 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. แถลงผลความคืบหน้าการปฏิบัติการขยายผลจับกุม ผู้ต้องหาในกระบวนการหลอกลวงคนไทยค้าประเวณีที่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการปฏิบัติการและขยายผลเครือข่ายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนทราบว่าในกระบวนการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ จนท.กระทรวงแรงงาน ต่อมาจับกุม น.ส.เอ (นามสมมติ) เอเยนต์ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการส่งเหยื่อเพื่อหลีกเลี่ยงจากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ภายในสนามบิน และ ส.ต.ท.มงคล ต้นงอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ซึ่งช่วยเหลือเหยื่อให้ผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน จากการขยายผลผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จนนำไปสู่การหาพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย คือ 1.น.ส.ภัทรินทร์ ด้วงหิรัญ และ 2.น.ส.สรินยา คำสุข ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหลอกเหยื่อไปทำงาน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี 3.น.ส.แสงดาว แสงฉวี และนายโฮ จุน ฮาว สัญชาติมาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์รอรับตัวเหยื่อที่ดูไบ (ระหว่างการหลบหนี)


พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการสอบปากคำและขยายผลกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการนี้ ทราบว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) ทำหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวกในการผ่านด่านตรวจคนหางานมีการจ่ายค่าผ่านทางหัวละ 4,000 บาท ซึ่งตัวเอเยนต์อีกกลุ่มจะแบ่งไป 1,000 บาท ส่วนอีก 3,000 บาท จะมีตัวแทนจากด่านตรวจคนหางานมารับไป สืบสวนทราบว่าตัวแทนรายดังกล่าว คือนายสัมพันธุ์ นิ่มอนงค์ อดีตเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน ทำหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายค้ามนุษย์ เป็นตัวการหลักในการประสานงาน ส่งต่อรายชื่อเหยื่อที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และรับเงินจากเอเยนต์มาแบ่งจ่ายให้กับ จนท.รายอื่นๆ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายค้นเข้าค้นบ้านนายสัมพันธุ์ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รวมทั้งสมุดบัญชีก่อนเตรียมขยายผลต่อและอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่ออนุมัติหมายจับแต่นายสัมพันธุ์ กระทำอัตวินิบาตกรรมเพื่อหนีความผิดเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

Advertisement

รอง ผบ.ตร.จากการขยายผลเส้นทางการเงินนายสัมพันธุ์ และสอบปากคำเหยื่อที่ถูกหลอกและเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย สามารถออกหมายจับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางานได้อีก 5 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายวัชระ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2.ปิยวรรณ โกศลบุญ 3.น.ส.สุจิตรตา อุมะลี 4.นายธัญทัต หวังพานิช และ 5.นายกฤษฏ์หิรัญ นิธิธัญรัตน์ โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ มีหลายประเทศปิดประเทศ แต่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดประเทศ ประกอบกับใช้ระยะเวลาเดินทางไม่นาน ทำให้คนไทยที่หวังจะหางานในต่างประเทศไหลออกประเทศจำนวนมาก บางส่วนตั้งใจไปบางส่วนถูกหลอก จนสถานทูตที่เมืองดูไบ ต้องส่งตัวกลับทุกวัน ซึ่งการหลอกของนายหน้าใช้วิธีหลอกทางออนไลน์ และเฟซบุ๊ก จากเมื่อก่อนที่นายหน้าต้องเดินไปในหมู่บ้านเพื่อหลอกเหยื่อ ทำให้สามารถหลอกล่อเหยื่อได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะขออนุมัติหมายแดงกับผู้ต้องหาอีก 2 รายที่หลบหนีอยู่ในดูไบเพื่อส่งต่อให้ตำรวจดูไบดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาส่งกลับประเทศไทยตามกระบวนการต่อไป