‘ชัชชาติ’ รับ ‘ชีวิตจริงหนังคนละม้วน’ ไม่ปฏิเสธ อนาคตใช้เงิน สภา กทม. จ่ายส่วนต่างหนี้ ‘สายสีเขียว’

20.10.22 | 14:13 น.

ชัชชาติ ย้ำสภา กทม.ต้องพิจารณาค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 2 เล็งขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญต่อ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายชัชชาติกล่าวว่า การเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 2 แบริ่ง-เคหะสมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต คาดว่าจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากยังไม่มีการทำสัญญาจ้างเดินรถระหว่าง กทม. กับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) และยังไม่ผ่านสภา กทม. ซึ่งก่อนที่จะเก็บค่าโดยสาร 15 บาท ตลอดสาย ต้องแจ้งกับทาง สภา กทม.ก่อน เพื่อให้รับรู้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเดินรถส่วนต่าง ที่ต้องนำเงินงบประมาณประจำปีมาจ่าย ซึ่งทาง สภา กทม.อยู่ระหว่างรอข้อมูลส่งมาให้ครบถ้วนก่อนที่จะมีการอภิปรายกัน

“ไม่ใช่ว่าเราเก็บค่าโดยสารไปแล้ว ต้องขอเงินเพื่อมาชดเชยส่วนต่าง สภา กทม.ก็อาจจะถามว่า ทำไมตอนเก็บค่าโดยสารไม่มาบอกก่อน ว่าต้องมีส่วนต่าง ถ้าเขารู้ก่อนเขาอาจจะไม่ให้เก็บ 15 บาทหรอก ถึงแม้ว่าจะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่เราก็ไม่ปฏิเสธว่า อนาคตต้องเอาเงินของสภามาจ่ายส่วนต่าง นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ปัญหาต้นตอทั้งหมดเกิดจากเรื่องต่างๆ ไม่ได้ผ่านสภา กทม. อย่างหนังสือมอบหมายการให้เดินรถส่วนต่อขยายที่ 2 ระหว่าง กทม. กับเคที ไม่ได้ผ่านสภา กทม. เพราะเท่าที่ฟังมาคงไม่ได้มีภาระหนี้เกิดขึ้น คิดว่าเก็บค่าโดยสารได้แล้วสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาเงินงบประมาณ แต่สุดท้ายเกิดหนี้สินกว่าหมื่นล้านบาท

Advertisement

“สภา กทม. ถือว่ามีอำนาจสูงสุด เพราะเขาเป็นตัวแทนประชาชน เรื่องพวกนี้ต้องไปดูให้รอบคอบ การให้สภาดู ก็คือการให้ประชาชนดูว่าสถานการณ์เป็นแบบนี้ เรื่องทั้งหมดเราไม่ได้ก่อหรอก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เราก็ต้องดูให้รอบคอบ สภาเองก็คงไม่กล้าอนุมัติอะไรง่ายๆ หรอก เงินมันก็เยอะ มีเรื่องกฎหมาย เรื่องสัญญา” นายชัชชาติระบุ

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ กทม. เคที และ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) สัญญาระหว่าง เคที กับบีทีเอสซี มีการเซ็นสัญญา ส่วน กทม.กับเคที มีการเซ็นสัญญาในส่วนต่อขยายที่ 1 ซึ่งมีความชัดเจนว่าต้องจ่ายเงินส่วนต่างด้วยเงินงบประมาณ แต่ส่วนต่อขยายที่ 2 เป็นแค่หนังสือมอบหมายงาน ซึ่งสภา กทม.ไม่ได้รับรู้ รวมไปถึงไม่มีการระบุว่าต้องจ่ายเงินส่วนต่างด้วยเงินงบประมาณ เพราะคิดว่าจะเก็บเงินค่าโดยสารมาจ่ายหักล้างกับค่าจ้างเดินรถได้

“พอชีวิตจริง หนังคนละม้วน ก็ใช้เงินจากสภาเยอะเลย กลายเป็นว่าสภายังไม่เห็นแล้วจะไปอนุมัติได้อย่างไร เป็นตัวเงื่อนหลักที่จะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ผ่านสภา ฝ่ายบริหารต้องทำงานตามสภา เพราะสภาเป็นคนอนุมัติกรอบงบประมาณทั้งหมด ฝ่ายบริหารอาจจะมีไอเดียเยอะแยะเลย แต่สุดท้ายแล้ว ฝ่ายสภาต้องเป็นคนดู สภาคือตัวแทนประชาชน ที่มาช่วยคัด กลั่นกรอง ดังนั้นต้องทำงานด้วยกันไป ต้องเคารพสภา” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการตอบความเห็นส่งคืนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง ครม.ก็รอคำตอบจากสภา กทม.แนบไปด้วย แต่ทางสภา กทม.มีการขอดูเอกสารเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาโดยละเอียด แม้ว่าอาจจะไม่ทันประชุมสมัยสามัญนี้ อาจจะมีการขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญแทน