‘ปวีณา’ พาอดีตพยาบาลสาว 2 ราย เหยื่อ ‘ฮารุ’ เข้าพบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

20.10.22 | 20:52 น.

‘ปวีณา’ พาอดีตพยาบาลสาว 2 ราย เหยื่อ ‘ฮารุ’ เข้าพบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เวลา 15.00 น. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พาอดีตพยาบาลสาว 2 ราย พร้อมทั้งแม่และน้องชายของอดีตพยาบาลอีก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ รพ.ตำรวจ ซึ่งทั้งหมดตกเป็นเหยื่อ “ฮารุ” เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด และพิจารณาช่วยเรื่องหนี้สินและทรัพย์สินที่ถูกหลอกไปขายหลายสิบล้านบาท ยึดทรัพย์จากผู้กระทำผิดมาใช้หนี้ วอนช่วยกลับเข้าทำงานพยาบาลให้เลี้ยงชีพได้ และขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. อดีตพยาบาลสาว 2 ราย เข้าพบ “ปวีณา” ให้ข้อมูลระหว่างถูก “ฮารุ” กักขัง 3 ปี บังคับหาเงินและทารุณกรรม น้ำร้อนลวกทั้งตัว เตารีดนาบขา ตบตี ใช้ไม้ตี กล้อนผม ส่วนพยาบาลอีกคนที่มีลูก 10 ขวบ กับ 7 ขวบ ก็ถูกกระทำสาหัสเช่นเดียวกัน อีกทั้งให้แม่กล้อนผมลูก ตีลูกตัวเองเพื่อให้ลูกเกลียดชัง เหยื่อพยายามฆ่าตัวตายโดยการกินยา 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และเคยคิดจะกระโดดชั้น 7 คอนโดจบชีวิต เพราะหมดตัวและเป็นหนี้สูญกว่า 10 ล้าน แต่ห่วงคนข้างหลังต้องมาใช้หนี้ ขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยติดตามคดีและพาไปตรวจร่างกาย สภาพจิตใจ และอยากขอกลับเข้าทำงานพยาบาล รวมทั้งดูแลความปลอดภัย “ปวีณา” พาเหยื่อและญาติไปพบ “บิ๊กโจ๊ก” ขอช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมา เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางสาวมุก อายุ 48 ปี และนางสาวพลอย อายุ 34 ปี อดีตพยาบาล (ทั้งสองนามสมมุติ) เข้าให้ข้อมูลต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณีตกเป็นเหยื่อ “ฮารุ-ตรีเพชรรัตน” 2 ผู้ต้องหา ลวงใช้หนี้ทิพย์ 140 ล้านบาท จากการอุปโลกน์ขายคอลลาเจน กักขังทำร้ายร่างกาย ทั้งโกนผมและนํ้าร้อนลวก เอาเตารีดร้อนๆ นาบขาทั้ง 2 ข้าง ตบหน้าทุกวัน ซ้ำๆ รัวๆ และยังให้แม่พยาบาลตบหน้าลูก กล้อนผมลูก ให้ลูกเกลียดชังแม่ กระทำทารุณนานกว่า 3 ปี เหตุเกิดในคอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากวันศุกร์ที่ 14 ต.ค.65 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายบูม (นามสมมุติ) อดีตสามีพยาบาลสาว เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ช่วยประสานตำรวจเข้าช่วยเหลืออดีตภรรยาและลูกสาว 10 ขวบ และลูกชาย 7 ขวบ ถูกกักขังไว้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านบางพลัด กทม. โดยนายบูมได้เล่าว่า นางบี (นามสมมุติ) ได้ไลน์มาขอความช่วยเหลือว่าขอให้มารับลูกทั้ง 2 คน ออกไปด้วย นางปวีณาจึงได้ส่งนายบูมไปให้ข้อมูลกับสำนักงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ต่อมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งนายบูมได้ติดต่อไว้เช่นกันได้เรียกตัวมาสอบปากคำที่กองบัญชาการ ขณะนั้นนางบี อดีตภรรยา ได้แอบไลน์มาบอกห้องที่พักอยู่ และส่งพิกัดเบอร์ห้องพร้อมรหัสประตูมาให้ วันเสาร์ที่ 15 ต.ค.65 ตำรวจจึงนำกำลังเข้าช่วยเหลือและจับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดี

Advertisement

รายที่ 1 นางสาวมุก (อดีตพยาบาล) เล่าว่า รู้จักกับนายฮารุช่วง มิ.ย.64 จากนั้นนายฮารุได้ชักชวนให้มาลงทุนเป็นตัวแทนกระจายสินค้าคอลลาเจนและเซรั่ม ระยะหลังนายฮารุอ้างว่าสินค้าคอลลาเจนและเซรั่มขาดทุน พวกตนจะต้องรับผิดชอบหาเงินมาคืน จนตนต้องขายทรัพย์สิน รถ บ้าน กู้เงินจากที่ต่างๆ เรื่อยมาเป็นจำนวนเงินกว่า 10,000,000 บาท จนหมดตัว และนายฮารุยังบังคับให้ทำงาน ในแต่ละวันต้องหายอดให้ได้ตามที่นายฮารุกำหนด หากไม่ได้ยอดก็จะทำร้าย ทุบตี ทารุณโดยการใช้เตารีดนาบที่ขา

ล่าสุด ช่วงเดือน ส.ค.65 ถูกเอาน้ำร้อนที่กำลังต้มเดือดราดที่ลำตัว ตนเคยคิดจะฆ่าตัวตายโดยการกระโดดตึกคอนโดลงมาจากชั้น 7 แต่เมื่อคิดถึงหน้าคนในครอบครัวก็กลัวว่าจะเดือดร้อน เพราะนายฮารุได้ข่มขู่เอาไว้ว่าให้ระวัง จะเอาเรื่องกับญาติพี่น้องด้วย ตนจึงต้องจำทนอยู่อย่างทรมานมาหลายเดือน กระทั่งวันที่ 16 ต.ค.65 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปช่วยเหลือ เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมา แต่ขณะนั้นตนยังหวาดกลัวอิทธิพลของนายฮารุที่เคยข่มขู่ต่างๆ นานา จึงทำให้ตนไม่กล้าพูดความจริง ก่อนจะตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯขอให้ดำเนินคดีกับนายฮารุ และตรีเพชรรัตน ให้ถึงที่สุด

รายที่ 2 นางสาวพลอย อายุ 34 ปี อดีตพยาบาล เล่าว่า รู้จักกับฮารุตั้งแต่ปี 2563 จากการแนะนำของคนที่รู้จัก ก่อนที่นายฮารุจะชักชวนทำธุรกิจขายของออนไลน์ โดยตนขอเงินแม่มาทำทุนก่อนที่นายฮารุจะเอาเงินของตนไปกว่า 3 แสนบาท และตนต้องจำนำรถยนต์ ขายที่ดินเอาเงินมาให้อีก รวมกว่า 1 ล้านบาท

ต่อมาเวลา 13.00 น. นางปวีณาพาครอบครัวเหยื่อพยาบาลอีกราย ประชุมสหวิชาชีพกับนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์พึ่งได้ รพ.ตำรวจ ในเรื่องการดูแลสภาพจิตใจของ 3 แม่ลูก

เวลา 15.00 น. นางปวีณาพาอดีตพยาบาลสาว 2 ราย พร้อมทั้งแม่ของอดีตพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ รพ.ตำรวจ เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

นางปวีณากล่าวว่า จะให้การช่วยเหลือเร่งด่วนกับเหยื่อทั้ง 3 รายนี้ 1.มูลนิธิปวีณาฯจะพาไป รพ.ตำรวจ เพื่อรักษาบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจ เนื่องจากมีแผลที่ถูกทำร้ายตามร่างกาย รวมทั้งเหยื่อ 1 ราย เริ่มป่วยเป็นโรคไต ขาบวม อ่อนเพลีย เครียด นอนไม่หลับ และต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจ
2.พาไปพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยติดตามคดี และพิจารณาเรื่องหนี้สินและทรัพย์สินที่ถูกหลอกไปขายจำนวนหลายสิบล้านบาท ขอให้ยึดทรัพย์จากผู้กระทำผิดมาใช้หนี้
3.จะประสานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เหยื่อได้รับเงินเยียวยา
4.มูลนิธิปวีณาฯจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมต่อไป