รอง ผบ.ตร.เปิดอบรมการฝึกเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ชมการสาธิตการรับมือเหตุกราดยิง (Active shooter)
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์ แผนกมัธยม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. มารับชมการฝึกวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน (กราดยิง)
โดยมีการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุกรณีคนร้ายยิงกราด Active shooter แบ่งเป็นสองส่วนคือการอบรมภาคทฤษฎี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ฐาน และแบ่งบุคลากรในการฝึกซ้อม 3 กลุ่ม มีทั้งนักเรียน ครู และบุคลากรอื่นๆ ให้ฝึกซ้อมร่วมกัน โดยจะสลับหมุนเวียนกันไปในแต่ละฐาน
ได้แก่ ฐานที่ 1 การหนี ซ่อน สู้ ซึ่งจะมีการสาธิตเหตุการณ์จริงว่าเมื่อมีคนร้ายก่อเหตุยิงกราดจะมีวิธีการในการเอาตัวรอดอย่างไร
ฐานที่ 2 การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อสร้างความรู้เบื้องต้นในการรักษาบาดแผลและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้าย เพื่อลดการสูญเสีย
และ ฐานที่ 3 คือการปฏิบัติเพื่อพบ IED ระเบิด ทำให้รู้ว่าเมื่อพบวัตถุเข้าข่ายที่จะเป็นระเบิดควรปฏิบัติตัวอย่างไร

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า สำนักงานตำแห่งชาติ (ตร.) มาให้ความรู้เรื่องการรับมือเหตุกราดยิงในสถานศึกษา ซึ่งทำเรื่องนี้มานาน แต่ยังไม่ทั่วถึง พอมีเหตุเกิดที่ จ.หนองบัวลำภู มีการถอดบทเรียนแล้วว่าการลดความสูญเสียได้มากที่สุดคือการให้ความรู้กับเหยื่อ เพราะเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ถ้าหากเหตุเกิดในโรงเรียนเด็กเล็กต้องทำอย่างไร หากเกิดเหตุในห้างสรรพสินค้าต้องทำอย่างไร รปภ.ต้องรู้วิธีการับมือ ซึ่งก็ได้ประสานการดำเนินงานกับบริษัท รปภ.ให้มีการฝึกอบรมและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับกิจการรักษาความปลอดภัยโดยตำรวจ
ส่วนปัจจัยที่จะทำให้เกิดเหตุการฆาตกรรมหมู่ หรือกราดยิงนั้น (Active shooter) มีสามอย่างคือ 1.ตัวร้ายเอง 2.สภาพสังคมที่กดดันผู้ก่อเหตุจนเกิดความเครียด และ 3.เมื่อเกิดความกดดันมากจึงทำให้เกิดความต้องการตอบโต้แบบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นได้สองลักษณะคือการยิงตัวตายและการฆาตกรรม แต่ถ้าสังคมกดดันจนตัวผู้ก่อเหตุควบคุมตัวเองไม่ได้ก็จะเลือกเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ที่ผู้คนไม่ทันระวังตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการถอดบทเรียนจากกรณีที่เกิดเหตุจากสหรัฐอเมริกกว่า 280 กรณี นำมาต่อยอดเพื่อให้ความรู้กับประชาชนต่อไป และวันนี้จึงเดินทางมาฝึกซ้อมและให้ความรู้กันที่นี่ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือกับทาง ผกก.สน.ปทุมวัน และ ทางโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด้วย
ทั้งนี้ การมาทำการสาธิตในครั้งนี้จะมีการบันทึกภาพและเสียงทำเป็นวิดีโอเผยแพร่ และ ผบ.ตร.กับ รมว.ศึกษาธิการ กำลังทำข้อตกลงกันเพื่อที่จะส่งครูฝึกที่เป็นตำรวจที่ได้รับการฝึกมาแล้วทุก สน.ให้ไปสอนให้กับคุณครูตามโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนทั้งประเทศมีกว่า 20,000 กว่าโรงเรียน แต่มีสถานี (สน.) แค่เพียง 1,400 กว่า สน. ดังนั้น จึงไม่สามารถเข้าไปฝึกได้ทุกโรงเรียน จึงจะจัดฝึกให้กับครูแล้วให้ครูไปถ่ายทอดกับเด็กนักเรียนต่อไป โดยเน้นความเข้าใจที่ง่ายอย่างเช่น Run/Hide/ Fight คือการหลีกเลี่ยง/หลบซ่อน /การเข้าสู้
สำหรับการวัดผลไม่สามารถวัดเชิงปริมาณได้ แต่ต้องวัดผลเชิงคุณภาพ นั่นคือความพึงพอใจของประชาชนว่ามีความพึงพอใจหรือไม่ที่ทางตำรวจได้เข้ามาให้ความรู้ตรงนี้ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันช่วยเฝ้าระวัง เพราะ “การลดอาชญากรรมได้ดีที่สุดคือ การมีพี่น้องประชาชนเป็นแนวร่วมของตำรวจ”

นางพรพรหม ชัยฉัตรพรสุข ผอ.โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้อาจารย์ในโรงเรียนให้ข้อมูลกับนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะมีการอบรม แต่ไม่ได้ตรงกับเหตุการณ์นี้เท่าไหร่ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสซักซ้อมเหตุการณ์กราดยิงที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้รับทราบว่าทางตำรวจ สน.ปทุมวัน จะมีการให้ความรู้โดยตรงในเรื่องนี้ ซึ่งก็ขอชื่นชมทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นการให้ความรู้ที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเนื่องจากพอมีเหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นอาจมีการเลียนแบบ
นางพรพรหมกล่าวว่า ถ้าไม่มีการให้ความรู้ที่รวดเร็ว ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกน่าจะทำให้มีการสูญเสียมากขึ้น และถ้าพูดในมุมเด็กๆ ก็จะได้รับความรู้ในเบื้องต้น วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นภาพขั้นตอนที่ชัดเจน เมื่อเห็นแล้วก็จะได้รู้ว่าในอนาคตควรจะเตรียมตัวอย่างไร ส่วนผู้ปกครองก็น่าจะมีความสบายใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าลูกตนได้รับความรู้แล้ว
ด้าน พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ตำรวจส่วนหนึ่งและภาคประชาชนอีกส่วนหนึ่ง อยากจะทำให้ภาคประชาชนแข็งแรง คือต้องรู้วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนที่เหตุจะไปถึงเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่จะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นาน แต่สำคัญที่สุด ซึ่งถ้าสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ และสามารถช่วยเหลือด้วยกันเองได้ก็จะช่วยลดการสูญเสียได้มากขึ้น นอกจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์ก็ได้มีการสาธิตอีกหลายที่ อย่างที่ห้างสยามพารากอน ซึ่งจะเป็นแม่แบบของห้างใหญ่เมื่อเกิดเหตุว่าต้องทำอย่างไร
ส่วนการให้ความรู้ ทางตำรวจนำชุดใหญ่มาเพื่อที่จะให้เห็นว่าทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย ครู รปภ.เมื่อเกิดเหตุขึ้นต้องทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย


