ประกันสังคม จับมือ รพ.จุฬาภรณ์ ดูแลผู้ประกันตนป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 7 เคส 24 ชม.
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินการยกระดับคุณภาพการบริการสาธารณสุข และสุขภาพของผู้ประกันตน โดยพัฒนาระบบประกันสุขภาพ จัดบริการการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและเท่าเทียมกัน ซึ่งปัจจุบันผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคมรวมทั้งสิ้น 24,216,177 คน
นายบุญสงค์ กล่าวว่า ล่าสุด สปส.ได้จับมือราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยโรงพยาบาล (รพ.) จุฬาภรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) โครงการรักษาหัวใจ 7/24 เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นความร่วมมืออันดีของการร่วมส่งเสริมการดูแลสุขภาพหัวใจของคนไทย โดยผู้ประกันตนหรือผู้ป่วยที่อยู่ในวัยทำงานสามารถเข้ารับการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยทำ 7 หัตถการ ประกอบด้วย 1.การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) 2).การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจและขยายหลอดเลือดหัวใจ ด้วยบอลลูน (CAG + PCI) 3.การตรวจทางสรีระวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ (EPS with RFCA) 4.การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเครื่อง Carto (EPS with Carto) 5.การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร Permanent Pace Maker 6.การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจถาวร (AICD) และ 7.การใส่เครื่องสมานหัวใจ ในภาวะหัวใจล้มเหลว CRTP(D) ในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด ณ รพ.จุฬาภรณ์ ซึ่งเปิดให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิประกันสังคม สามารถเข้ารับการรักษา โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา และไม่เสียค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬาภรณ์ Hotline : 06 4205 3970 CRA Contact Center : 1118 ที่มีแพทย์หัวใจรองรับทุกสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ปัจจุบัน รพ.จุฬาภรณ์ ได้ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยการตรวจรักษา อย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสุขภาพหัวใจจนถึงการผ่าตัด และฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ รวมถึงส่งเสริมการดูแล เชิงป้องกันด้วยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเครื่องเอกซเรย์ตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือดชนิดระนาบเดียวเครื่องแรกในเอเชีย และนวัตกรรมสุขภาพต่างๆ เข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการดูแลรักษาให้ทำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำด้วย ขณะเดียวกัน สปส.ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดแก่ผู้ประกันตน สามารถเข้าถึงการรักษา อย่างรวดเร็ว ทันเวลา ลดอัตราการเสียชีวิต ส่งผลให้ผู้ประกันตนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
“จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่าสถานการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในปี 2563 มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวสูงถึง 20,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียทรัพยากร ในวัยทำงาน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่หากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ทันเวลา จะช่วยลดอัตรา การเสียชีวิตลง สามารถกลับคืนสู่การทำงานได้ตามปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง” นายบุญสงค์ กล่าว


