ชัชชาติ สัญจรสัมพันธวงศ์ เร่งแก้แผงลอย เพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวดิ่ง ลั่นสร้างกทม.ให้ ปชช.วางใจ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่ ห้องประชุมเยาวราช ชั้น 5 อาคาร 2 สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ กทม. สัญจรเขตสัมพันธวงศ์” เพื่อรับฟังภาพรวมการบริหารจัดการ ปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. และรายงานผลการดำเนินงานตามแอพพลิเคชั่นทราฟฟี่หองดูว์
โดยมี นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหาร กทม. นายวัลลภ เกียรติวรศรีกุล ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ ผู้บริหารเขต นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สก.เขตสัมพันธวงศ์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ติดตามลงพื้นที่ให้ข้อมูลและรับฟังปัญหาเพื่อนำไปดำเนินการแก้ไขในส่วนภารกิจที่หน่วยงานรับผิดชอบ
นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังจากการประชุมว่า เขตสัมพันธวงศ์ เป็นเขตที่มีขนาดเล็กที่สุดในกรุงเทพฯประมาณ 1.4 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 2 หมื่นกว่าคน แต่ว่าเป็นเขตที่สำคัญ เพราะเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่มีย่านสำคัญ เช่น เยาวราช ตลาดน้อย และมีแหล่งวัฒนธรรมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ทั้งโบสถ์ วัด สุเหร่า ศาลเจ้า
ปัญหาที่พบเจอในเขตสัมพันธวงศ์ เรื่องแรกคือการค้าขาย ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ซึ่งปัจจุบันเรามีจุดผ่อนผันทั้งหมด 3 จุด 1.ถนนเยาวราช 2.ถนนราชวงศ์ 3.ถนนข้าววหลาม โดยมีผู้ค้าที่ได้รับอนุญาตเพียง 447 คน แต่มีผู้ค้าที่อยู่นอกบริเวณจุดผ่อนผันกว่า 50 จุด ประมาณ 1,500 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่ทำหารค้าขายมาอย่างยาวนาน แต่หลักการตอนนี้คือ ต้องเข้มงวดให้มากขึ้น จัดระเบียบให้ดี และจุดไหนที่จะให้เป็นจุดผ่อนผันเพิ่มเติมต้องมีการคุยกับตำรวจอีกที
นายชัชชาติกล่าวว่า หาบเร่แผงลอยไม่ใช่เรื่องสวัสดิการสังคม ต้องดูเรื่องความสะดวกการสัญจรของประชาชนเป็นหลัก เน้นย้ำให้เทศกิจเข้มงวด จดจำนวนผู้ค้าลงทะเบียนในจุดผ่อนผัน และห้ามให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ส่วนการพิจารณาจุดผ่อนผันใหม่ต้องมีการพิจารณาอย่างละอียด อย่าให้กินพื้นที่ทางเท้า
นายชัชชาติกล่าวว่า ต่อมาในเขตมีพื้นที่สีเขียวน้อย ซึ่งจะเน้นทำที่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษมโดยให้ทำพื้นที่สีเขียวเป็นแนวดิ่งตามอาคาร อย่างน้อยก็จะช่วยดูดซับฝุ่น และมลพิษต่างๆ ส่วนปัญหาน้ำท่วม มีจุดอ่อน 2 ส่วน 1.ปัญหาฝนตกหนักน้ำท่วม ที่ถนนเยาวราชส่วนต้น ซึ่งต้องมีการลอกท่อ 2.ปัญหาน้ำทะเลหนุน น้ำเหนือ บริเวณถนนทรงวาด ซึ่ง กทม.กำลังดำเนินการทำเขื่อนเพิ่มอยู่ 2 จุด
นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนปัญหาอื่นๆ ในเขต เช่น การหลอกลวงนักท่องเที่ยว ซึ่งในเขตนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนเป็นจำนวนมาก จึงได้ประสานกับทางตำรวจและเทศกิจร่วมมือกัน ตั้งจุดประสานดูแลนักท่องเที่ยว ให้ข้อมูลเพื่อไม่ให้โดนหลอก จะเห็นได้ว่ามีนักท่องเที่ยวขี่จักรยานจากริเวอร์ซิตี้ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในเขต ต่อมาปัญหาอัตราการเกิดของประชากรลดลง มีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แต่มีศูนย์บริการสาธารณสุขขนาดเล็ก ที่รับได้เพียง 40 คนต่อวัน
ส่วนการแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านทราฟฟี่หองดูว์ มีจำนวนกว่า 800 เรื่อง ซึ่งทางเขตได้ดำเนินการไปแล้ว กว่า 600 เรื่อง ถือว่ามีความรวดเร็วและจัดการได้ดี ภาพรวมการใช้ทราฟฟี่ฟองดูว์ ช่วยเปลี่ยนการทำงานของ กทม.ได้มาก เป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนไว้ใจร้องเรียนให้ กทม.แก้ไข โดยปลายปีนี้จะมีการแจกรางวัลให้แต่ละเขต ที่สามารถแก้ไขปัญหาที่ร้องเรียนมาได้อย่างดี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่
“บางอย่างเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ทันที อย่างเรื่องจราจรหลายคนแจ้งมา แต่สงสัยว่าทำไมไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเพราะว่ามีหลายหน่วยงานต้องใช้เวลานิดนึง อะไรที่อยู่กับเรา สามารถใช้ความสามารถเราแก้ปัญหาได้ทันที แต่ขอให้แจ้งมาเป็นข้อมูล ทุกคอมเมนต์เรามีคนดูแลหมด ทุกคอมเมนต์มีความสำคัญเหมือนกัน” นายชัชชาติกล่าว
“อนาคต หน้าที่ กทม.คือสร้างความไว้ใจให้กับประชาชน ว่าเราทำงานด้วยความโปร่งใส เราใส่ใจประชาชน เราเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา อันนี้มีค่ายิ่งกว่างบประมาณอีก ต้องสร้างว่าให้ประชาชนไว้ใจเรา สุดท้ายได้ความร่วมมือในการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นได้” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามถึงแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในเขตสัมพันธวงศ์จำนวนมาก กทม.มีการดำเนินการอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อแรงงานเข้ามาก็ต้องอยู่ตามชุมชน สำนักงานเขตจะต้องมีข้อมูลตรงนี้ให้ละเอียด เพื่อที่จะดูแลให้ทั่วถึง เนื่องจากศูนย์สาธารณสุขเองต้องให้บริการแรงงานต่างด้าวด้วย เพราะถือว่ามาทำงานให้กับพวกเรา ถ้าเขาไม่สบายก็จะมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นในชุมชนได้ โดยจะให้อาสาสมัครเทคโนโลยีประจำชุมชน (อสท.) ช่วยเก็บและรายงานข้อมูลต่างๆ ให้กับ กทม.ด้วย
นายชัชชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ สำนักงานเขตได้เสนอ 2 เรื่อง 1.เพิ่มจำนวนที่จอดให้มากขึ้น ซึ่งต้องมาวิเคราะห์ความคุ้มค่าอีกทีหนึ่ง 2.ทำทางเดินสัญจรริมแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดเล็ก ความกว้าง 2 เมตร เพื่อให้เกิดการสัญจรเชื่อมโยงกับชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายเชื่อมโยงเส้นเลือดฝอย ที่ต้องการสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสัญจรจากท่าเรือได้ดีขึ้นแต่ ที่ผ่านมาปัญหาที่ชาวบ้านไม่อยากให้ทำคือกลัวขโมยจะเข้าหลังบ้าน
ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อาจจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะลมไม่ถ่ายเท จากสภาพอากาศปิด แต่ตัวกำเนิดฝุ่นไม่ได้เพิ่มขึ้น กทม.มีศูนย์บัญชาการควบคุม PM 2.5 ซึ่งจะมีการพยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้า ให้ประชาชนได้เตรียมตัวได้ถูกต้องมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมใหญ่กับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการปฏิบัติลดฝุ่น PM 2.5

