หญิงคู่กรณี’นักธุรกิจอสังหาฯ’เข้าพบตำรวจกองปราบ 25 ต.ค.นี้ หลังถูกร้อง’สอบสวนกลาง’ให้สอบ ปมแต่งงานกับพ่อหวังฮุบทรัพย์สินหรือไม่ ขณะนี้สูญไปแล้ว 50 ล้าน
จากกรณีที่นายศุภโชค ศุภบัณฑิต นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมครอบครัว และนายพิทยา เพชรพลอย, นายปัจจุคมน์ เจริญรัชต์ ทนายความ ที่เข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง ว่าทางครอบครัวสงสัย คุณพ่อวัย 75 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังถูกกลุ่มบุคคล ที่น่าจะเป็นขบวนการเข้ามาหลอกลวง ทำให้สูญเสียทรัพย์สินไปแล้วประมาณ 50 ล้านบาท นั้น
ต่อมาสื่อมวลชนพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์บุคคลที่ถูกพาดพิง แต่บุคคลดังกล่าวปฏิเสธ เห็นว่าเป็นเรื่องระหว่างคนในครอบครัว น่าจะมาพูดคุยกันได้ แต่กลับมีการไปออกข่าว จึงตัดสินใจให้สัมภาษณ์นักข่าวทีวีช่องหนึ่งออกอากาศค่ำวันที่ 22 ต.ค.2565 โดยสมมุติชื่อ “ลินดา” เป็นหญิงไฮโซ แต่คนส่วนใหญ่จำกันได้ว่า เคยใช้นามสมมุติ ก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นข่าวว่า “หญิงไก่”
เจ้าตัวได้มอบภาพถ่าย ทะเบียนสมรส ภาพวันหมั้น ภาพวันที่มายื่นหนังสือถึง ผบก.ป.และ ผบช.ก.ที่กองบังคับการปราบปราม รวมทั้งคลิปเสียงบางส่วนที่บิดาของนายศุภโชค ศุภบัณฑิต หรือเสี่ยสุรชัย พูดคุยกันหลังจดทะเบียนสมรสแล้ว ให้นักข่าวไปใช้ประกอบข่าวบางส่วน
โดยลินดา หรือหญิงไก่ ระบุว่า หลักฐานต่างๆ เหล่านี้ เสี่ยสุรชัย ที่มีสติสัมปชัญญะ ทำไว้ด้วยตัวเอง และสั่งให้ลินดาเรื่องเก็บข้อมูลต่างๆ ในฐานะนักกฎหมาย สอนให้เก็บเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกฝ่ายตรงข้ามรังแก ซึ่งมีหลักฐานที่ยังไม่ได้เปิดเผยอีกจำนวนมากทั้งที่เป็นเอกสารและคลิปภาพและเสียง ภาพถ่าย ภายหน้ามีความจำเป็น ลินดาจะได้มีหลักฐานต้องใช้แสดงให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรับรู้ข้อเท็จจริงของทั้งสองคน
ลำดับความสัมพันธ์
-เมษายน 2565 รู้จัก เสี่ยสุรชัย ผ่านนายหน้าค้าที่ดินรายหนึ่งแนะนำทำให้ทั้งสองติดต่อทำธุรกิจที่ดินด้วยกัน ก่อนเสี่ยสุรชัย จะขอกู้ลินดา 300 ล้านบาท
เสี่ยสุรชัยไปมาหาสู่เรื่อยมา ด้วยความเข้าใจกันและกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจจดทะเบียนแต่งงานกันเพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจที่ดิน-อสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน
-วันที่ 2 มิถุนายน 2565 เสี่ยสุรชัยพาไปไหว้ขอพรจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ ทำพิธีหมั้น โดยเสี่ยสุรชัยสวมแหวนเพชร 3 กะรัต และมอบเช็คจำนวน 100 ล้านบาทให้ลินดาเป็นของหมั้น มีแขกรวมงานเพียง 10 คน เสี่ยสุรชัยให้เหตุผลในการหมั้นว่าเป็นคนดี ซึ่งฝ่ายหญิงเองก็รู้สึกว่าตัวเองอายุมากแล้วปีนี้ก็ 65 ปี ส่วนเสี่ยสุรชัยก็อายุ 75 ปี ต่างฝ่ายต่างเป็นม่าย จึงอยากใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยกัน ไม่อยากเสียเวลาที่เหลือไปเปล่าๆ
หลังจากนั้นเสี่ยสุรชัย ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
-วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 เสี่ยสุรชัย ขายหุ้นปูนซีเมนต์ให้บุตรชายของฝ่ายหญิง ที่เสี่ยสุรชัยรักมากในราคาหุ้นละ 5 บาท ที่เสี่ยสุรชัยยืมเงินฝ่ายหญิงกับลูกชายไปลงทุน นอกจากนั้น ฝ่ายหญิงยังได้รับซื้อคอนโดมิเนียมไว้ กับที่ดินขนาด 100 ตร.ว. ที่ดินหวังเอาไว้สร้างเรือนหอ รวมมูลค่าทรัพย์ที่ได้รับแล้วไม่ถึง 5 ล้านบาท
-วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ทั้งคู่ไปทำธุรกิจด้วยกันที่เชียงใหม่ เสี่ยสุรชัยรบเร้าขอแต่งงาน เพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บอกว่าไม่อยากรอ เนื่องจากติดวันหยุดยาว และกลัวว่าฝ่ายหญิงจะเปลี่ยนใจไม่จดทะเบียนสมรสด้วย จึงตัดสินใจยอมจดทะเบียนสมรสด้วย แต่ติดที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากสามีเก่าที่แยกกันอยู่มานานกว่า 10 ปี ที่อาศัยอยู่ จ.กำแพงเพชร
เสี่ยสุรชัยเสนอขอให้นัดสามีเก่ามาจดทะเบียนหย่า พร้อมกับทั้งคู่ก็จดทะเบียนสมรสเลย จึงนัดหมายสามีเก่ามาที่ว่าการอำเภอพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร และจดทะเบียนสมรสใหม่กับเสี่ยสุรชัยในวันเดียวกัน
ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 09.40 น. ลินดา หรือหญิงไก่ ได้รับแจ้งจากคนที่บ้านย่านวังหิน ว่า เสี่ยสุรชัย ถูก นายศุภโชค ลูกชาย มาพาตัวขึ้นรถตู้สีขาวออกไปจากบ้านพักย่านวังหิน เขตลาดพร้าว กทม.บอกว่า “จะเอาพ่อออกไปกินกาแฟ เดี๋ยวจะพากลับมา” แต่ติดต่อไม่ได้ รอจนวันที่ 8 ต.ค.2565 ก็ยังไม่กลับมา จึงไปแจ้งความ ตำรวจ สน.โชคชัย พร้อมภาพวงจรปิดไปมอบไว้หากเกิดอันตรายแก่กาย จิตใจ หรือชีวิต ให้สันนิษฐานว่าเกิดจากชายในคลิปวงจรปิดดังกล่าว จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
ในเรื่องดังกล่าว นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า เช็ค 100 ล้านบาท ที่นายสุรชัยให้ฝ่ายหญิงถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนายสุรชัย ซึ่งเข้าข่ายสินสมรส ดังนั้นทางครอบครัวของนายสุรชัยไม่สามารถเรียกคืนได้ นอกจากนี้ นายสุรชัยยังมีสิทธิในทรัพย์สินส่วนตัวของตัวเอง ซึ่งสามารถมอบให้ฝ่ายหญิงได้ตามที่ต้องการ
ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นในบางกรณี หากบุตรของนายสุรชัยจะเข้าไปดูแลทรัพย์สินของนายสุรชัย โดยทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของแม่แท้ๆ ของบุตรของนายสุรชัย อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนหย่าต้องเกิดจากความต้องการของสามีภรรยา บุคคลอื่นไม่สามารถฟ้องหย่าได้ ซึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นตนคิดว่าคงไม่มีการหย่าเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามมีข่าวว่า ลินดา หรือหญิงไก่ พร้อมทนายความเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิงทั้งหมดในวันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน กทม.

