เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ บก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รรท.ผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายธนธรณ์ นวลเพชร อายุ 33 ปี ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลางเงินสด 70,000 บาท บัตรเอทีเอ็มธนาคาร 4 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝาก 1 เล่ม
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าของปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขา ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า มีคนร้ายอ้างว่าชื่อสุข ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นชื่อปลอมของนายธนธรณ์ เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทตัวแทนขายน้ำมันส่ง โทรศัทพ์มาขอซื้อน้ำมันดีเซล จำนวน 15,000 ลิตร ในราคา 363,000 บาท โดยตกลงว่าจะมีการโอนเงินชำระเงินให้หลังจากที่ผู้แจ้งนำน้ำมันส่งมอบให้เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อส่งมอบน้ำมันเสร็จก็ไม่สามารถติดต่อบุคคลที่อ้างว่ามาขอซื้อน้ำมันได้ ซึ่งเมื่อสอบถามข้อมูลจากเจ้าของร้าน เอส มหานคร คอนกรีต จำกัด ที่รับซื้อน้ำมัน ก็ให้การว่าได้มีคนติดต่อเสนอขายน้ำมันและโอนเงินชำระไปแล้ว จำนวน 301,000 บาท ผู้แจ้งจึงเชื่อว่าตนเองถูกคนร้ายหลอกลวงในการติดต่อซื้อน้ำมัน จึงได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี
พล.ต.ต.ยรรยงกล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า นายธนธรณ์ ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่ กทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 สามารถตามจับกุมตัวได้ที่อาคาร A ลุมพินีคอนโด ถนนรามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังเตรียมตัวออกไปเที่ยวเตร่ตามผับ และร้านอาหาร ซึ่งได้นัดหมายหญิงสาวในผับไว้แล้ว โดยจากการสอบถามก็ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยตนเองได้จบการศึกษาด้านนิติศาสตร์ และเคยทำงานเป็นตัวแทนขายน้ำมันของบริษัทตามร้านต่างๆ จึงรู้ช่องทางในการติดต่อซื้อขายน้ำมันพร้อมทั้งวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือและการจูงใจ แต่หลังจากที่ตกงานก็ได้คิดวิธีการในการหลอกซื้อโดยหาเหยื่อจากการค้นหาร้านน้ำมันในอินเตอร์เน็ต จากนั้นจะเลือกเหยื่อผู้ซื้อและผู้ขายให้อยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกัน และจูงใจติดต่อขายน้ำมันให้โดยให้ราคาสูงกว่าท้องตลาด และจูงใจผู้จะซื้อในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ส่วนการชำระเงินใช้บัญชีของบุคคลอื่นในการให้โอนเงิน เมื่อถูกอายัดบัญชีก็จะจ้างบุคคลอื่นเปิดให้ใหม่ ในการก่อเหตุแต่ละครั้งผู้ต้องหาจะได้เงินประมาณครั้งละ 200,000-1,000,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 20 ล้านบาท
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นายธนธรณ์ เคยถูกจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2558 ที่ท้องที่ จ.สมุทรปราการ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2559 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และถูกอายัดตัวไปอีกหลายท้องที่ แต่นายธนธรณ์ได้ประกันตัวและหนีประกันชั้นศาลออกมาก่อเหตุซ้ำ รวม ณ ปัจจุบันนายธนธรณ์ได้ก่อเหตุดังกล่าวมาแล้วมากกว่า 30 ครั้ง พร้อมกับยังคงมีหมายจับ 9 หมายจับที่หลบหนีการจับกุม

