เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สตม. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข รองผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.ชัย สงวนสิน รองผกก.ฝ.ความร่วมมือระหว่างประเทศ พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี สว.กก.2 บก.ป. และพ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1บก.สส.สตม. สนธิกำลังตำรวจสากล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าจับกุม นายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ อายุ69 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ได้ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท

พ.ต.ท.อนรรฆ กล่าวว่า บก.ป.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเข้ามาพักอาศัยด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงประสานข้อมูลไปยังกองการต่างประเทศให้ตรวจสอบประวัติชาวต่างชาติรายนี้ พบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยสายการบินสไมล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE0591จากเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ เป็นบุคคลตามหมายจับอินเตอร์โพล และเป็นบุคคลที่ทางการประเทศออสเตรเลียต้องการตัวมากที่สุด ได้รายงานพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รรท.ผบ.ตร.ทราบ ก่อนลงนามในคำสั่งให้สตม.เพิกถอนการอยู่ต่อในราชอาณาจักรไทย และนำกำลังตำรวจกก.2บก.ป. ตำรวจกองการต่างประเทศ และสตม.เข้าจับกุมผู้ต้องหาขณะอยู่ในล็อบบี้โรงแรมดังกล่าว จากนั้นได้เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่1621 ชั้น16ของผู้ต้องหา ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด
ด้านพ.ต.ท.ชัย กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนพบว่านายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ ร่วมกับพวกก่อเหตุลักพาตัวนายจอห์น (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่บ้านพักในเมือง แอนเนอร์เล่ย์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนกรรโชกทรัพย์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 ต่อมาผู้เสียหายหลบหนีออกมาได้ และแจ้งความดำเนินคดี ก่อนที่นายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ และพวก จะถูกจับกุมและยื่นคำร้องขอประกันตัวและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และได้หลบหนีออกจากประเทศออสเตรเลียมากบดานที่ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ระหว่างอยู่ที่ประเทศกัมพูชานายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ ได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีกและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศกัมพูชาจับกุมตัว ก่อนได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา และหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหารายนี้ ประมาณ 5 หมื่นบาท ต้นทางมาจากประเทศฝรั่งเศส อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
รายงานข่าวแจ้งว่าแนวทางการสืบสวนพบว่านายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ เป็นหัวหน้าขบวนการอุ้มเรียกค่าไถ่ โดยพฤติการณ์จะร่วมกับพวกอ้างตัวเป็นตำรวจก่อเหตุอุ้มผู้เสียหายที่มีหมายจับคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพมาแล้วหลายครั้ง จากข้อมูลทราบว่าผู้ร่วมขบวนการถูกดำเนินคดีทั้งหมด เหลือเพียงนายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ เพียงคนเดียว
สอบสวนนายเกย์ดู เจมส์ เอทลิตี้ ปฏิเสธว่า ถูกทางการประเทศออสเตรเลียดำเนินคดีแล้ว พอพ้นโทษจึงเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อนที่ประเทศกัมพูชา และก่อเหตุในลักษณะเดิมอีกจนถูกดำเนินคดี ติดคุกเป็นเวลา 1 ปี ทั้งนี้หลังจากพ้นโทษได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยว ไม่ทราบมาก่อนว่ามีหมายจับที่ประเทศออสเตรเลียติดค้างอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักพาตัว หน่วงเหนี่ยวกักขังและโจรกรรม ตามหมายจับอินเตอร์โพล ก่อนประสานทางการประเทศออสเตรเลีย เพื่อผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

