‘บิ๊กเด่น’ เชือด ‘เค’ เล็งฟันทั้ง ‘แพ่ง-อาญา’ ธนาธรแฉนาทีล็อกคอ ชี้บุคคลอันตราย

25.10.22 | 07:40 น.
ภาพโดย สุริยะ ชาติอภิศักดิ์

‘บิ๊กเด่น’ เชือด ‘เค’ เล็งฟันทั้ง ‘แพ่ง-อาญา’ ธนาธรแฉนาทีล็อกคอ ชี้บุคคลอันตราย

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยกรณีตำรวจนครบาลลุมพินี ควบคุมตัว นายคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชา หรือ เค ร้อยล้าน ผู้ก่อความวุ่นวายภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ที่บริเวณบูธมูลนิธิคณะก้าวหน้า โดยเข้าไปล็อกคอ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระหว่างการแจกลายเซ็นที่บูธ นายธนาธรเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดฐานทำร้ายร่างกาย ที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกคดี โดยเฉพาะที่เป็นความผิด เกิดขึ้นในสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ราชการ จะมีการดำเนินคดีอย่างจริงจังและเด็ดขาด กรณีของ “เค ร้อยล้าน” ขณะนี้พนักงานสอบสวนรอผลตรวจสภาพจิตจากแพทย์เพื่อยืนยันว่ามีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้ “เค ร้อยล้าน” เคยก่อคดีลักษณะนี้มาแล้วหลายพื้นที่ และตำรวจตรวจสอบพบประวัติการรักษาอาการทางจิต พร้อมยอมรับว่า “เค ร้อยล้าน” ถือเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะแล้ว ดังนั้น การเอาผิดกับผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลกรณีปล่อยปละละเลยอาจจะเป็นไปได้ยาก

“หลังจากคดีนี้จำเป็นต้องมีการทบทวน ถอดบทเรียน กรณีผู้ที่ป่วยทางจิตใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคม โดยมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางในอนาคต โดยเฉพาะช่วงใกล้การประชุมเอเปค เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังและจับตาบุคคลทุกกลุ่มที่อาจจะก่อเหตุสร้างความวุ่นวายได้” ผบ.ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ภายหลังนายธนาธรเดินทางมายังโรงพยาบาลเมดพาร์คเพื่อตรวจอาการที่โรงพยาบาลเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป นายธนาธรกล่าวว่า ในระหว่างกำลังพบปะกับผู้สนับสนุน แจกลายเซ็นในงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ รู้สึกว่ามีคนมาล็อกคอและหายใจไม่ออกจึงพยายามเอามือดันออกไป พอคนใกล้ตัวเห็นว่ามีเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นจึงจับนายเค ร้อยล้าน แยกออกมา เกิดความชุลมุนวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง สถานการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ในช่วงระหว่างที่ถูกล็อกคอน่าจะรวมประมาณไม่ถึง 1 นาที

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พอถูกล็อกคอผมก็พยายามหายใจ ขณะเดียวกันมีคนอยู่ในบูธหนังสือก็มาพยายามแยกออก พอแยกออกเสร็จปุ๊บ คนก็พยายามจับคุณเค ร้อยล้าน ลงกับพื้น และมีเรียกเจ้าหน้าที่ แล้วเจ้าหน้าที่ก็มีการนำตัวคุณเค ร้อยล้าน ออกไป ทั้งหมดเกิดขึ้นประมาณ 3 นาที” นายธนาธรกล่าว

Advertisement

นายธนาธรกล่าวว่า ปัญหาคือตอนนายเค ร้อยล้าน มาล็อกคอก็มีการตะโกนดังๆ ว่า “ผมมีระเบิดนะๆ” จนทำให้คนที่อยู่ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติเกิดความสับสนอลหม่าน ทุกคนก็กลัวหมด อย่าลืมว่าเพิ่งเกิดเหตุการณ์หนองบัวลำภูมาไม่นานดี เพราะฉะนั้นเกิดมีคนจะวางระเบิด ปากต่อปาก ตนเองไม่ได้เห็นด้วยตา เพราะยืนอยู่ที่บูธแต่ฟังจากคนจัดงานเกิดจากคนที่สับสนวุ่นวาย และทยอยกันวิ่งกรูกันไปหาทางออก หลายคนไม่ได้เห็นเหตุการณ์แต่ว่าพอเห็นคนวิ่งก็วิ่งตาม จึงเกิดความสับสนอลหม่านขึ้น นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“มีอาการฟกช้ำนิดหน่อย เกิดจากความชุลมุนวุ่นวายและเกิดจากการล็อกคอและเสียดสีไปมาที่คอ” นายธนาธรกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินคดีเค ร้อยล้าน หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า คงต้องดำเนินคดี คิดว่านายเค ร้อยล้าน เป็นบุคคลที่อันตราย ทำพฤติกรรมแบบนี้มาสักระยะแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในสังคมแบบนี้อีก

น.ส.ทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมร่วมกับทางศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ไปแจ้งความทั้งแพ่งและอาญา โดยจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด เพราะหากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางของการจัดงาน อาจทำให้ผู้ออกบูธต้องเสียรายได้ไปอีกมาก เนื่องจากประชาชนจะไม่มีความมั่นใจในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้ มีหลายบูธที่คนกำลังเลือกซื้อหนังสือ เมื่อเกิดเหตุจึงตกใจได้วิ่งหนีออกจากบูธไป อย่างไรก็ตาม นักอ่านบางส่วนถือของกลับมาจ่ายภายหลัง ในส่วนนี้จะมีการสอบถามไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ และประเมินผลเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

“คนจำนวนมากคิดว่าเป็นเหตุการณ์กราดยิง วิ่งแบบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีการเบียดเสียดกัน หากล้มหรือเหยียบกัน ทางสมาคมเป็นผู้จัดงานก็จะต้องรับผิดชอบ จึงคิดว่าต้องฟ้องร้องทางแพ่งให้ถึงที่สุด ส่วนตัวเลขทางฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการว่าควรเป็นเท่าใด” น.ส.ทิพย์สุดากล่าว และว่า สำหรับการป้องกันและตรวจอาวุธ ศูนย์สิริกิติ์ตรวจอย่างเคร่งครัด กระแสบางส่วนในทวิตเตอร์ระบุว่าไม่ตรวจ ไม่เป็นความจริง แต่ผู้ก่อเหตุไม่ได้มีวัตถุระเบิดจริงตามที่กล่าวอ้าง และเมื่อมีพรรคการเมืองเข้ามาออกบูธในมหกรรม คิดว่าต้องมีการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น ทั้งส่วนของพรรคและภาพรวมได้มีการประชุมร่วมกับทางศูนย์สิริกิติ์ในการเพิ่มมาตรการแล้ว