หน้าแรก ในประเทศ โกลาหล! คนขับ...

โกลาหล! คนขับเก๋งความดันกำเริบ ใส่เกียร์พุ่งใส่ผู้ปกครอง-นศ.วอ.เฉินเจ็บระนาว

17.11.16 | 18:30 น.

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.กนิษฐ ประสานสุข ผู้กำกับการ สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเถิน และกู้ภัยออมบุญเถิน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายชุดปฎิบัติการ ได้เข้าไปตรวจสอบ และรับตัวผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งยนต์พุ่งชนทั้งผู้ปกครอง และนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพเถิน ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ที่มาร่วมประชุมครู-ผู้ปกครองจนได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดขึ้นหน้าอาคารศูนย์วิทยาบริการของวิทยาลัยการอาชีพเถิน

จากการตรวจสอบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮุนได สีเขียว สภาพเก่า ที่มี นายศรีวรรณ สืบพรมมา อายุ 57 ปี ระบุว่าเดินทางมาประชุม และขณะพักเที่ยงจะออกไปนอกวิทยาลัย ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ และกำลังจะเคลื่อนรถออก ปรากฏว่าเกิดโรคความดันกำเริบ จึงทำให้รถที่ติดเครื่องอยู่ และใส่เกียรติเดินหน้าแล้ว เนื่องจากเป็นรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ พุ่งออกตัวอย่างแรง จนวิ่งไปพุ่งชนทั้งผู้ปกครอง และนักศึกษาทั้งชาย และหญิง ที่อยู่ด้านหน้าได้รับบาดเจ็บไปเกือบ  10 ราย ก่อนที่รถจะพุ่งชนรถของผู้อื่น ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รวม 6 คัน ที่จอดอยู่จนนิ่งลงในสภาพกระจกด้านหน้ารถเกิดแตกจากความแรงในการพุ่งชนทั้งรถ และคน

จากนั้น เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และกู้ภัย อ.เถิน จ.ลำปาง จึงได้เร่งเช้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมด รวมถึงคนขับที่เกิดช็อคจนหมดสติส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเถิน และบางรายที่อาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเถิน ก็ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง สำหรับอาการบาดเจ็บของผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งหมด มีทั้งเจ็บตามตัว เพราะถูกพุ่งชนอย่างแรงจนร่างกระเด็นไปคนละทิศทาง จึงทำให้มีทั้งขาหัก และแขนหัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บมากสุด โดยขณะนี้มีอาการสาหัส 2 ราย

สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ คือ 1.น.ส.นารีนาฏ ทิวงศ์ษา 2.น.ส.เกตุมณี ปาละปิน 3.นายศุภชัย จิตวิน 4.น.ส.วุฒิภรณ์ เกษตรพรหม 5.น.ส.ณัฐพร ทัศนีย์6.น.ส.ณิชญา ศรีสุวรรณ 7.นส.เทียมใจ ปันปาละ และ 8.นายวิชพล เตชะสอน และคนขับรถยนต์เก๋งที่พุ่งชนผู้อื่น นายศรีวรรณ สืบพรมมา ส่วนผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ อีก 4 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยและไม่ประสงค์ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก่อนเดินทางกลับบ้าน รวมผู้บาดเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ 12 คน