บิ๊กโจ๊ก แจงตัวแทนทูตจีน คดีหมวยเที่ยวผับอัพยาดับ กู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

26.10.22 | 12:05 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ แจงตัวแทนทูตจีน คดีหมวยเที่ยวผับอัพยาดับ กู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย สั่งผลักดัน 3 ชายจีนพ้นไทย ดำเนินคดีกลุ่มเผาทรัพย์เหยื่อสาว


ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ ผกก.สน.สุทธิสาร ดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิต น.ส.โย่ว ซื่อ หัว อายุ 32 ปี สัญชาติจีน จากกรณีปรากฏข่าวเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาว่า น.ส.โย่ว ซื่อ หัวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วหายตัวไป คาดว่าถูกหลอกมาทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมากลับพบว่าได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ทราบภายหลังจากไปเที่ยวผับท็อปวัน ถ.รัชดาภิเษก แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. ทางญาติของผู้เสียชีวิตติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้ประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ขอให้ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อมาทางสถานทูตได้ประสานข้อมูล ขอความช่วยเหลือมายัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตในกรณีนี้ พบว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีรายละเอียดดังนี้ผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน กับเพื่อนผู้หญิงอีก 3 คน ต่อมาคืนวันที่ 16 กันยายน ทั้งหมดได้ไปเที่ยวที่ร้านท็อปวัน ถ.รัชดาภิเษก โดยได้ชักชวนเพื่อนผู้ชายมาเพิ่มอีก 3 คน จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 17 กันยายน ผู้เสียชีวิตได้มีการอาเจียนและช็อกหมดสติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำร้านจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพระรามเก้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นภายในวันเดียวกัน ได้มีชายชาวจีนจำนวน 3 คน พร้อมคนขับรถคนไทยอีก 1 คน ได้ไปที่ห้องพักของผู้ตาย นำเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของผู้ตายไปเผาทำลายทิ้งทั้งหมดที่ร้านท็อปวัน

ผลการชันสูตรศพเบื้องต้น แพทย์ลงความเห็นว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากพิษของสารเสพติด โดยมีการตรวจพบสารแอมเฟตามีนภายในร่างกายของผู้เสียชีวิต คาดว่าจะเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เสียชีวิตดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกตัวเพื่อนผู้ชายทั้ง 3 คนที่มาเที่ยวคืนดังกล่าวมาสอบปากคำ ทั้งสามยังให้การปฏิเสธในเรื่องการใช้ยาเสพติด และจากการตรวจสารเสพติดเบื้องต้นผลไม่พบสารเสพติด โดยทั้งสามคนประกอบด้วย
1.นายจาง เหมิง โจว อายุ 26 ปี สัญชาติจีน
2.นายหยู ชุน จุ้ย อายุ 30 ปี สัญชาติจีน
3.นายหลี่ เจิ้ง เสียน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน

Advertisement
    • เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรและผลักดันออกนอกประเทศแล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 4 รายที่นำทรัพย์สินของผู้ตายนำไปเผาทำลายทิ้ง เบื้องต้นได้สั่งการให้ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็นท้องที่ของที่พักของผู้เสียชีวิต ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย
1.นายไอแดน ฟาน อายุ 40 ปี สัญชาติวานูอาตู
2.นายจาง เจียน ฟู่ อายุ 42 ปี สัญชาติจีน
3.นายเฉิน เซียน ปิง อายุ 40 ปี สัญชาติจีน
4.นายชัชพิสิฐ แซ่หลี่ อายุ 29 ปี สัญชาติไทย

ทั้ง 4 ราย จะถูกดำเนินคดีในฐานความผิด ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาลได้มีการประชุมสรุปผลการสืบสวนกรณีดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้เชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมาร่วมเฝ้าฟังสรุปดังกล่าว รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สิ้นสงสัย และเพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตได้เกิดความเข้าใจ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยและเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ญาติของผู้เสียชีวิตติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตจึงได้ประสานขอความช่วยเหลือ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายมีการใช้สารเสพติดก่อนเสียชีวิต จึงคาดว่าเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันในคืนวันดังกล่าวน่าจะมีการใช้ยาเสพติด จนทำให้ผู้ตายเกิดอาการอาเจียนก่อนเสียชีวิต หลังจากนั้นมีคนตามไปเก็บข้าวของของผู้ตายไปเผาเพื่ออำพรางคดี

ดังนั้น จึงได้สั่งการให้มีการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ความจริงกระจ่างสิ้นสงสัย รวมทั้งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ภาพลักษณ์เรื่องการท่องเที่ยวของไทยดีขึ้น และทำให้นักท่องเที่ยวที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความมั่นใจในการเดินทางมาเที่ยวไทยกันมากขึ้น