จากกรณีนายอนันต์ แสงอุไร อายุ 62 ปี บิดาของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร อายุ 37 ปี บุตรสาวและอดีตภรรยาของนายซีม่อน บินตัน อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาฆ่าโบกปูน นายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตนายตำรวจอิสราเอล ภายในบ้านพักที่ จ.นนทบุรี เข้าร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ช่วยติดตามหาตัว น.ส.นันทิยาบุตรสาวหลังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกว่า 1 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ป. ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านพักหลังหนึ่งหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ที่นายซีม่อน น.ส.นันทิยา และนายเบน (นามสมมุติ) บุตรชาย เช่าอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นที่สุดท้าย ก่อนที่นายซีม่อนและบุตรชายจะย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านภัทรวรรณย่านบางบัวทองในภายหลัง เพื่อสืบหาเบาะแสการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา แต่ยังไม่พบวี่แวว
ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ บก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วิชรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. เปิดเผยว่า หลังเชิญตัว น.ส.บี (นามสมมุติ) ภรรยาชาวไทยอีกคนหนึ่งของนายซีม่อนมาสอบปากคำ เพื่อหาเบาะแสการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.นันทิยา เบื้องต้นยังไม่พบเบาะแสแต่อย่างใด ทางชุดคลี่คลายคดีจึงเร่งหาข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม ก่อนจะทราบว่านอกเหนือจาก น.ส.นันทิยา และ น.ส.บีแล้ว ยังมีสาวชาวไทยอีก 1 คน คือ น.ส.ปราณี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี สนิทสนมและเคยใช้ชีวิตอยู่กับนายซีม่อนและนายเบนสองผู้ต้องหาในบ้านพักย่านบางบัวทอง จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2.บก.ป. เชิญตัว น.ส.ปราณี มาสอบปากคำในฐานะพยาน รวมถึงเชิญตัวญาติของ น.ส.นันทิยา 3 คนมาให้ปากคำในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม
พ.ต.อ.อรุณกล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำ น.ส.ปราณี ให้การว่าเริ่มรู้จักกับ 2 ผู้ต้องหารายนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2558 แต่ยืนยันว่าไม่เคยพบเห็น น.ส.นันทิยามาก่อน รู้เพียงว่าเป็นมารดาของนายเบนบุตรชายของนายซีม่อน ทั้งนี้ ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนั้นนายซีม่อนเคยสั่งกำชับ น.ส.ปราณีว่า หากมีใครถามถึง น.ส.นันทิยา ให้ตอบว่า น.ส.นันทิยาป่วยเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่ง น.ส.ปราณีเองก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนายซีม่อนถึงบังคับให้ตอบแบบนั้น อีกทั้งช่วงที่คบกันใหม่ๆ นายซีม่อนยังเคยพา น.ส.ปราณี ไปที่บ้านพักหลังเก่าย่านบางกรวย เพื่อให้ไปช่วยขนของย้ายมาพักอยู่ที่บ้านพักหลังปัจจุบันย่านบางบัวทองในช่วงเดือนกรกฎาคม 2558 แต่ก็พักอยู่ร่วมกันได้ไม่กี่เดือน ก่อนจะแยกตัวออกมาเนื่องจากมีปากเสียงกับนายซีม่อนและนายเบน อย่างไรก็ตาม จากคำให้การของ น.ส.ปราณีนั้น พบว่ายังมีข้อสงสัยเคลือบแคลงในบางประเด็น อาทิ ช่วงเวลาที่ น.ส.ปราณีบอกว่าได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพักในหมู่บ้านภัทรวรรณย่านบางกรวยตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ขัดแย้งกับข้อมูลที่ทางนิติบุคคลหมู่บ้านดังกล่าวระบุว่า นายซีม่อนและนายเบนได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเมื่อช่วงต้นปี 2559 รวมถึงข้อสงสัยในประเด็นที่นายซีม่อนสั่งกำชับให้ น.ส.ปราณีบอกคนอื่นว่า น.ส.นันทิยาป่วยเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิต จะต้องเร่งตรวจสอบหาความชัดเจนในส่วนนี้ว่าเหตุใดนายซีม่อนต้องบังคับให้พูดเช่นนั้น
พ.ต.อ.อรุณกล่าวต่อว่า ในส่วนการสอบปากคำญาติของ น.ส.นันทิยาอีก 3 คนนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้เบาะแสเพิ่มเติมใดๆ ทั้งหมดให้การว่าเห็น น.ส.นันทิยาครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงปลายปี 2558 เมื่อครั้งที่ น.ส.นันทิยาเดินทางกลับมาบ้านเกิด ขณะที่ในส่วนของการตรวจสอบว่า น.ส.นันทิยาได้เดินทางไปยังประเทศลาวก่อนถูกทางการของประเทศลาวจับกุมในคดียาเสพติดและอยู่รับโทษในเรือนจำในประเทศลาวตามที่นายซีม่อนกล่าวอ้างนั้น ขณะนี้ได้ทำหนังสือประสานไปยังสถานกงสุลไทยประจำประเทศลาวเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างรอข้อมูลตอบกลับ

