วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 จากกรณีที่มีบ่อกุ้งใน ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ลักลอบปล่อยน้ำเสียออกสู่ทะเลโดยไม่มีการบำบัด จนทำให้น้ำบริเวณชายหาดอ่าวทุ่งมหา ต.ปากคลอง เกิดเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ตลอดจนสัตว์น้ำบริเวณดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้ประมงชายฝั่งในพื้นที่ จนปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น ล่าสุดนายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้มีคำสั่งให้อำเภอปะทิวเรียกประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประมงจังหวัด สิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าท่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งทะเล หัวหน้าสถานีป่าชายเลน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งเข้าร่วมประชุม พร้อมกับลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว
นายพิทักษ์ บริพิศ นายอำเภอปะทิว เปิดเผยว่า ภายหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบบ่อเลี้ยงกุ้งลักลอบปล่อยน้ำเสียออกสู่ทะเลโดยไม่มีการบำบัดจริง จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ จึงได้นำน้ำบริเวณดังกล่าวไปตรวจสอบ พบมีสาร EOD มีค่าเกินมาตรฐาน จึงสั่งให้เจ้าของบ่อกุ้งเร่งดำเนินการปรับปรุงให้ถูกต้อง พร้อมทั้งได้ดูข้อกฎหมายในการเอาผิดกับเจ้าของบ่อกุ้งดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทำความผิดซ้ำ
นายพิทักษ์กล่าวต่ออีกว่า ผู้ประกอบการประมงจะต้องจดทะเบียนทั้งระบบฟาร์ม มีบ่อบำบัดน้ำเสียตามขั้นตอน แต่จังหวัดชุมพรไม่ได้กำหนดมาตรฐานดังกล่าว ไม่เหมือนโรงงานอุตสาหกรรมที่ออกข้อกำหนดไว้เป็นมาตรฐานสากล แต่จะใช้วิธีคำนวณโดยสังเขปว่าขนาดบ่อเลี้ยงกุ้งประมาณ 1 ไร่ ต้องมีบ่อบำบัดกว้าง-ลึกประมาณเท่าใด เป็นเงื่อนไขที่จังหวัดต้องหาทางออกร่วมกับผู้ประกอบการ รวมทั้งต้องตรวจสอบการจดทะเบียนฟาร์มทั้งหมดด้วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานก่อนทำการเลี้ยงกุ้งทุกครั้งเพื่อให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย การร้องเรียนในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ชุมชน ส่วนท้องถิ่น ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ สอดส่องดูแลการกระทำความผิดของผู้ประกอบการ

