‘ทวิดา’ ชวนพาเด็กฉีด ‘ไฟเซอร์ฝาแดง’ สั่งสังเกตผู้ป่วยลองโควิด ยัน กทม.ยังรับไหว ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 400 คน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่ห้องอมรินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคโควิด-19
รศ.ดร.ทวิดากล่าวว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกับ กทม.อบรมเจ้าหน้าที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสังกัด กทม.ให้มีการสังเกตผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคโควิด-19 ว่ามีอาการลองโควิด หรืออาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ เช่น ไอระยะยาว เหนื่อยง่าย ท้องเสีย ความจำหลงลืม รวมถึงมีการอบรมกับคุณครูเพื่อสังเกตอาการของเด็กนักเรียน เช่น ไอต่อเนื่อง ที่พบมากที่สุด
“ที่ผ่านมา กทม.มีการเพิ่มการสื่อสารเรื่อง Health Literacy ให้ประชาชนได้รับทราบด้วยการพิมพ์โปสเตอร์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประชาสัมพันธ์โรคประจำฤดู โรคอุบัติใหม่ ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่อยากสื่อสารให้ประชาชนสังเกตอาการ แล้วไปพบแพทย์ได้โดยเร็ว” รศ.ดร.ทวิดากล่าว
รศ.ดร.ทวิดากล่าวต่อว่า สำหรับการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึงน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นวัคซีนไฟเซอร์ฝาแดง เริ่มเปิดให้มีการฉีดตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ในทุกสถานพยาบาลของ กทม. โดย กทม.ได้รับวัคซีนจำนวนกว่า 10,000 โดส ซึ่งมีผู้ปกครองพาเด็กมาฉีดแล้วประมาณ 1,500 คน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานมาฉีดวัคซีนป้องกันไว้ดีกว่า ซึ่งจากการติดตามยังไม่พบผลข้างเคียงแต่อย่างใด
รศ.ดร.ทวิดากล่าวอีกว่า มีวัคซีนเพียงพอแน่นอน ผู้ที่สนใจพาบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนสามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านตามเงื่อนไขการเข้ารับวัคซีนของแต่ละสถานพยาบาลกำหนด
“ปัจจุบัน กทม.พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เฉลี่ยวันละ 400 คน ซึ่งเป็นผู้ป่วยสีเขียว 90% ยืนยันว่ายังมีสถานพยาบาล เตียง รวมถึงยารักษาที่เพียงพอสำหรับประชาชนทุกคน” รศ.ดร.ทวิดากล่าว

