ทลายแก๊งเว็บพนันจีนกลางโรงแรมย่านหัวหมากจับ 50 พนักงานเงินหมุนเวียน 500 ล้าน

28.10.22 | 17:41 น.

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.หัวหมาก พร้อมกำลังตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) (PCT) เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จับกุมกลุ่มกระบวนการเว็บไซต์พนันออนไลน์ 50 คน


พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุม กลุ่มมิจฉาชีพ ที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการหลอกลวง หรือฉ้อโกงออนไลน์ อันเป็นการซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ทาง พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ ศปอส.ตร. ดำเนินการตามสั่งการของ นายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด และให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.ร่วมกับ สตม., บช.ทท.และ บช.สอท.สืบทราบว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติชาวจีนลักลอบใช้เมืองไทยเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ เห่อชิง (HengXin) มีพนักงานกว่า 50 คน อยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่สวนหลวง และ หัวหมาก กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานทำการขอหมายค้นหอพักดังกล่าวจากศาลอาญาพระโขนง เข้าตรวจค้น

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวว่า ผลการตรวจค้นพบคนจีนและคนมาเลเซียจำนวนหนึ่งกำลังทำงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยและดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ และเป็นแอดมิน ทำหน้าที่ชักชวนลูกค้าชาวต่างชาติให้เข้าเล่นผ่านแอพพลิเคชั่น Let’s Talk และ Telegram โดยเมื่อชักชวนเสร็จแล้วจะส่งไอดีของลูกค้าและผู้สมัครให้กับพนักงานแอดมินที่มีหน้าที่เปิดบัญชีลูกค้าแล้วจึงเปิดเครดิตให้ลูกค้าเล่น เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีนใช้เงินหยวนเล่นพนัน ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านหยวน หรือประมาณ 500 ล้านบาท

Advertisement

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าลักลอบอาศัยสถานะเป็นนักท่องเที่ยวลอบทำงานผิดกฎหมายดังกล่าว ได้ค่าจ้างตั้งแต่ 40,000-70,000 บาท จึงจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 50 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 53 เครื่อง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป