เลขา ป.ป.ส. แจงยิบหลัง ‘อัจฉริยะ’ ยื่นนายกฯ ขอปลด ชี้ อายัดทรัพย์สิน-แจ้งข้อหา ไม่ได้ล่าช้า

เลขา ป.ป.ส. แจงละเอียดยิบเคลียร์ทุกอย่างหลัง “อัจฉริยะ” ยื่นนายกฯ ขอปลดออก ยันชัดประสานเพื่อนบ้าน-UN สกัดสารตั้งต้น เผยอำนาจการบำบัด-กำหนดผู้เสพ อยู่ที่สาธารณสุข ชี้อายัดทรัพย์สิน-แจ้งข้อหาคดีสมคบไม่ได้ล่าช้า ตำรวจขอหมายศาลแล้วจับได้ทันทีไม่ต้องรอ ป.ป.ส.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อต้องการให้ปลดเลขาธิการ ป.ป.ส. ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากบริหารงานล้มเหลวว่า จากประเด็นทั้งหมดตนขอชี้แจงว่า กรณีการแถลงจับกุมคีตามีนแต่กลายเป็นเกลือ

กรณีดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดสิ่งต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดในโกดังที่ฉะเชิงเทราที่มีจำนวนมากจะประสานให้สถาบันตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. และพิสูจน์หลักฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ารวมเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจพิสูจน์เบื้องต้นด้วยชุดตรวจทดสอบคีตามีน ซึ่งผลตรวจพิสูจน์เบื้องต้นของทั้งสองหน่วยงานได้ผลตรวจพิสูจน์เป็นบวก ซึ่งแสดงว่าเป็นคีตามีน ประกอบกับคีตามีนที่ไต้หวันตรวจยึดได้นำมาจากที่โกดังในที่เกิดเหตุ มีการบรรจุถุงในลักษณะเดียวกัน ลักษณะทางกายภาพเหมือนกันกับคีตามีน จึงน่าเชื่อว่าเป็นคีตามีน และในการแถลงข่าวก็แจ้งสื่อไปแล้วว่าเป็นแค่ผลตรวจเบื้องต้นเท่านั้นจะยืนยันผลชัดเจนว่าเป็นคีตามีนก็ต่อเมื่อนำตัวอย่างสารนี้ไปทดสอบในห้องตรวจพิสูจน์โดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์ชั้นสูงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อผลตรวจพิสูจน์พบว่าเป็นสารตัวอื่นแต่มีคีตามีนปะปนเล็กน้อยก็ได้แถลงข่าวไปตามข้อเท็จจริงและยังได้เก็บตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ต่อมายังได้เชิญผู้แทน UNODC ร่วมเป็นสักขีพยานในการดำเนินการนำตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งปรากฏผลการตรวจยืนยันผลว่า พบคีตามีนจำนวนเล็กน้อย และก็ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย และศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายวิชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่า ไม่มีการสกัดกั้นสารตั้งต้นโซเดียมไซยาไนด์ที่นำมาเป็นส่วนผสมของยาเสพติดโดยการปล่อยลักลอบให้เข้าไปประเทศลาว ซึ่งในภาคเหนือมีการประสานไว้ว่าห้ามส่งออกสารไซยาไนด์ทำให้ทะลักไปทางภาคอีสาน ในกรณีนี้โซเดียมไซยาไนด์ เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ผู้ที่จะนำเข้าส่งออกได้ขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้องจึงไม่สามารถจับกุมได้ เพราะไม่ผิดกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติก็จะประสานกับประเทศปลายทางเพื่อขอตรวจสอบ ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ส.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหาแนวทางและมาตรการในการควบคุมไม่ให้นำสารดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิด ที่ ป.ป.ส. ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

Advertisement

และการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาบ้าจำนวนหรือปริมาณเท่าใดที่จะให้ “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ” นั้น ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นอำนาจหน้าที่ของ รมว.สาธารณสุข ที่จะเป็นผู้ออกเป็นกฎกระทรวงของสาธารณสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.ไม่มีอำนาจในการออกประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ในส่วนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข การจัดตั้งศูนย์คัดกรอง สถานพยาบาลยาเสพติดและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ต้องขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และจะต้องผ่านคณะอนุกรรมการจัดตั้งและควบคุมคุณภาพมาตรฐานศูนย์คัดกรอง สถานพยาบาลยาเสพติด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอนุญาตก่อน ไม่ใช่อำนาจของสำนักงาน ป.ป.ส. ส่วนการขออนุมัติแจ้งข้อหาคดีสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น

ในกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพบการกระทำความผิดและดำเนินคดีฐานสมคบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับหมายจับจากศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำหมายจับนั้นไปดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทันทีไม่ได้มีปัญหาหรือต้องรอขออนุมัติสมคบ โดยในส่วนของการขออนุมัติแจ้งข้อหาก็ส่งมาที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งจะมีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาคำขออนุมัติ ซึ่งมีอธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นประธานกลั่นกรองฯ และเสนอเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งจะลงนามในคำสั่งทันทีโดยด่วน จึงไม่มีปัญหาอะไรที่จะทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปอันเนื่องมาจากการขออนุมัติสมคบแต่อย่างใด

“การยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น มีขั้นตอนและกระบวนการ ตั้งแต่การออกคำสั่งตรวจสอบทรัพย์สินและการยึดอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน มีคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินทำหน้าที่ตรวจสอบกลั่นกรอง โดยมีอธิบดีอัยการภาคแต่ละภาคเป็นประธาน และเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน เพื่อมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัด เสนอพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งริบทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนฯ

การยึดอายัดและตรวจสอบทรัพย์สิน มีขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินการซึ่งต้องใช้เวลา ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่นี้จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี แต่ในที่สุดทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ก็จะตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยยังกล่าวอีกว่า การขออนุมัติแจ้งข้อหาคดีสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น ไม่ได้มีความล่าช้า เมื่อศาลออกหมายจับข้อหาร่วมกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว สามารถที่จะจับกุมตัวผู้ต้องหา และยึดทรัพย์สินได้ทันที ไม่ต้องรอเลขาออกคำสั่งสมคบแล้ว การแจ้งข้อหาสมคบกันกระทำความผิดต้องมาขอหลังจากที่ศาลออกหมายจับแล้ว ซึ่งมาขอภายหลังที่จับกุมและยึดทรัพย์สินไปแล้วก็ได้

งบประมาณบูรณาการด้านยาเสพติด แต่ละหน่วยจะได้รับงบประมาณโดยตรงไปที่หน่วยเอง โดยผ่านสำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะเป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการบูรณาการงบประมาณ เพื่อเสนอให้ประธานคณะกรรมการบูรณาการงบประมาณ โดยการที่แต่ละหน่วยงานจะได้งบประมาณเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการพิจารณางบประมาณด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image