เปิดปฏิบัติการ ‘SAVE ผ้าขาว’ รวบแก๊งเครือข่ายส่งเด็ก 13 ไปค้าประเวณีต่างแดน

30.10.22 | 13:20 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. และ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.สส.จชต.แถลงผลเปิดปฏิบัติการ “SAVE ผ้าขาว” ปิดล้อมตรวจค้นจับกุมเครือข่ายค้าประเวณีเด็กหญิง อายุ 13 ปี โดยปฏิบัติการพร้อมกัน 2 จุด จุดแรก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เข้าตรวจค้นและจับกุมตัวนายวันเผด็จ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2266/2565 ได้ บริเวณตลาดนัด ถนนบางนา-ตราด ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
จุดที่สอง อ.บ้านบึง จว.ชลบุรี เข้าตรวจค้นและจับกุมตัว นายลีโอ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2293/2565 จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ลานจอดรถร้านอาหาร ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ


พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นางอรทัย (สงวนนามสกุล) เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. กรณีบุตรสาว อายุ 13 ปี ถูกหลอกลวงไปขายบริการทางเพศที่ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยหลังรับแจ้งเหตุใช้เวลาเพียง 3 วัน กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเข้าช่วยเหลือเหยื่อเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม.เดินทางไปรับตัวเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่าสอบถามเหยื่อทราบว่า เครือข่ายผู้ต้องหาร่วมกันหลอกลวงโดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำก่อนเกิดเหตุเหยื่อโพสต์หางานในกลุ่มหางานบนเฟซบุ๊ก ต่อมา น.ส.เมธินี (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ส่งข้อความติดต่อเหยื่อทางเฟซบุ๊ก ชักชวนไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย อ้างว่าทำงานดูแลร้านนวดมีรายได้ 20,000-200,000 บาทต่อเดือน หากสนใจจะสมัครงานให้เพิ่มเพื่อนทางแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อพูดคุยรายละเอียดการทำงาน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ น.ส.เมธินี จึงนัดหมายให้มาพักอาศัยที่บ้านพักในพื้นที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรอส่งตัวไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นนายวันเผด็จ รับตัวเหยื่อไปพักที่บ้านพักพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายลีโอ เป็นผู้ควบคุม ก่อนส่งตัวเหยื่อไปยังอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส และส่งข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย โดยเส้นทางธรรมชาติ ต่อมาเมื่อเหยื่อเดินทางถึงประเทศมาเลเซีย พบกับ น.ส.เกษณี (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายขายบริการทางเพศ, นางนฤมล (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดหาลูกค้า และ น.ส.เมธินี ผู้ชักชวนให้เหยื่อมาทำงาน จากนั้นผู้ต้องหาที่ 1-3 ร่วมกันบังคับขู่เข็ญให้เหยื่อขายบริการทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนพาดูอูลู เขตชีราส กรุงกัวลาร์ลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถึงแม้ว่าเหยื่อจะมีอาการปวดท้อง ไม่สบาย ก็จะไม่ให้หยุดงาน อีกทั้งยังข่มขู่ว่า หากไม่ทำงานจะส่งไปขายให้บุคคลอื่น

ผบช.ก.กล่าวว่า ในส่วนของ น.ส.เกษณี นางนฤมล และ น.ส.เมธินี ผู้ต้องหาที่ 1-3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม.สืบสวนมาโดยตลอดจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย หลบหนีมาอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย จึงประสานความร่วมมือกับ กองบังคับการปราบปราม, กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศมาเลเซีย (CID) ในการสืบหาตัวผู้ต้องหาจนจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ที่โรงแรมย่าน Selangor เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม จากการสืบสวนขยายผลตรวจค้นโรงแรมย่าน Selangor ยังช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวงมาขายบริการทางเพศอีก 4 ราย เป็นหญิงไทย 2 ราย และหญิงชาวอินโดนีเซีย 2 ราย

Advertisement

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยพี่น้องประชาชน สำหรับปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เพียงแค่ใช้งานโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมเสพติดการใช้งานสื่อโซเชียลเป็นอย่างมาก อาชญากรจึงอาศัยช่องว่างดังกล่าว แฝงตัวเข้ามาชักจูงเหยื่อ โดยยื่นข้อเสนอต่างๆ ให้เหยื่อหลงเชื่อ จนนำไปสู่การหลอกลวงไปค้าประเวณีต่างประเทศ หากผู้ปกครองใส่ใจบุตรหลานของท่าน เข้าถึงพฤติกรรมการใช้งานสื่อโซเชียลบุตรหลานของท่านอยู่เสมอ และหมั่นให้ความรู้และเตือนภัยให้ทราบและรู้เท่าทันถึงรูปแบบการกระทำความผิดของ อาชญากรบนสื่อสังคมออนไลน์ บุตรหลานของท่านจะไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากร และเติบโตเป็นอนาคตของครอบครัวและประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของผู้ที่เป็นธุระจัดหาเด็กเพื่อไปค้าประเวณี หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบอื่นใด การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จะต้องรับโทษทางอาญา หากประชาชนท่านใดมีเบาะแส หรือได้รับความเดือนร้อน จากการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาได้ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ สายด่วน 1191 หรือเพจเฟซบุ๊ก กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์