ทีมโฆษก ตร.ย้ำกลุ่มปล่อยข่าวเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร. ทำองค์กรเสียหาย ตร.เสียขวัญ

18.11.16 | 15:14 น.
ซ้าย-พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ขวา-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวสะพัดในสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียว่าจะมีการปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกจากตำแหน่งว่า ขณะนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานว่ามีความผิดฐานใดบ้าง และมีการประสานไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เรียบร้อยแล้ว ถ้าทางฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วมีความผิดฐานใดนั้น จะส่งตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดี เรื่องนี้มีการดำเนินการอย่างเฉียบขาดและเต็มที่

“ในการที่จะลงในโซเชียลมีเดีย บางครั้งบางคราวที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย เกิดความสับสนของสังคม จะเป็นผลร้ายต่อภาพลักษณ์องค์กร จึงได้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ส่วน ผบ.ตร.จะแจ้งความในนามส่วนตัวหรือแจ้งความในนาม ผบ.ตร.นั้น อยู่ที่ฝ่ายกฎหมายประมวลเรื่องและนำเสนอมาอีกครั้ง” รองโฆษก ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเป็นขบวนการหรือไม่ที่มีการเขย่าเป็นระยะๆ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า เป็นการใช้แผนประทุษกรรมเดิมๆ ในการปลุกกระแส ต้องมีเจตนารมณ์พิเศษอยู่แล้ว เราต้องเอาข้อหาหลักไว้ก่อน ถ้าหากมีความผิดฐานใดและเข้าข่ายจะขยายผลต่อไป เมื่อถามว่าแผนประทุษกรรมเดิม มองว่าเป็นบุคคลกลุ่มเดิมใช่หรือไม่ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า แผนประทุษกรรมและวิธีกรรมเดิมๆ ที่ในอดีตใช้ช่วงเวลาอย่างนี้เอามาใช้ปลุกกระแส ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของตำรวจ โดยในโลกปัจจุบันเป็นโลกของโซเชียลมีเดีย หากบิดเบือนข้อมูลหรือข้อมูลเป็นเท็จเพื่อก่อให้เกิดความเสียหาย มีความผิดหลายมาตรา

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการนั้น ปอท.กำลังรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ต้องแยกเป็น 2 ส่วน การรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการโดย ปอท. ส่วนการพิจารณาข้อกฎหมาย เรามีฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าเป็นการกระทำความผิดตามข้อหาใด จะแจ้งความหรือไม่อย่างไร โดย ผบ.ตร.ไม่ได้มาสนใจ แต่เป็นเรื่องของภาพลักษณ์องค์กร