แพทยสภา ชี้หมอไลฟ์สดไม่ผิด ถ้าไม่ละเมิดผู้ป่วย สบส.แย้มเสี่ยงเข้าข่ายโฆษณา
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยกรณีแพทยสภาดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมเรื่องร้องเรียน แพทย์ถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ในช่วงที่มีคนไข้ในห้องผ่าตัดว่า แพทยสภาได้รวบรวมเอกสารเพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าเกิดขึ้นจากโรงพยาบาล (รพ.) คลินิกใด และการกระทำนั้น เป็นแพทย์หรือเป็นบุคลากร เพื่อดูว่าเข้ากับกฎหมายใดบ้าง ซึ่งหากเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ก็ต้องไปดูว่าละเมิดสิทธิผู้ป่วยหรือไม่ มีการปรากฏภาพผู้ป่วยหรือไม่ มีความเสียหายหรือผิดเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ระบุว่าใครผิด หรือสถานพยาบาลผิดหรือไม่ แต่โดยทั่วไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ อย่างไรก็ตาม หากมีการขออนุญาตคนไข้ในการถ่ายแล้ว ต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีประเด็นใดเกี่ยวข้องหรือไม่ เช่น การโฆษณา หรือไลฟ์สดโดยบุคลากรอื่นๆ ในสถานพยาบาล จะเป็นกฎหมายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แต่หากเป็นตัวบุคคลแพทย์ที่ไลฟ์สด ก็จะเกี่ยวกับข้อบังคับจริยธรรมทางการแพทย์ของแพทยสภา
“การไลฟ์สดไม่ได้ผิด แพทย์ไลฟ์สดทางวิชาการเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดบุคคลอื่น โดยเฉพาะผู้ป่วย หรือความลับผู้ป่วย จะต้องยืนยันได้ว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ และดูว่ากฎหมายสถานพยาบาลว่ายินยอมให้ทำได้หรือไม่ ดังนั้น ต้องแยกแยะให้ดี จึงอยากให้แพทย์ศึกษาข้อมูลทางกฎหมายให้ละเอียด และทางไม่แน่ใจให้ปรึกษา สบส.” พล.อ.ต.นพ.อิทธพรกล่าว

ด้าน นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดี สบส. กล่าวว่า สำหรับการถ่ายภาพ วิดีโอ หรือถ่ายทอดสดผ่านช่องทางส่วนตัวเพื่อวัตถุประสงค์ให้แพทย์ศึกษานั้น สามารถทำได้ แต่หากถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปดู จะต้องดูว่าผู้ป่วยยินยอมหรือไม่ เพราะจริงๆ ก็มีเรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เป็นกฎหมายสำคัญ แม้แต่การบอกว่าคนไข้ป่วยเป็นอะไรก็มีความผิดแล้ว และโดยหลักก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอยู่แล้ว แม้แต่การถ่ายไม่เห็นใบหน้าแต่ถ้าคนไข้จำได้ว่าเป็นตนเอง ก็ถือเป็นการละเมิด ที่ผ่านมา ก็มีการร้องเรียนข้อมูลเข้ามา ซึ่งกองกฎหมาย สบส.ก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ เพราะเป็นหน้าที่ของกรมอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นกรณีที่ถ่ายเพื่อรีวิว ต้องมีการขออนุญาตหรือไม่ ถ้าหากไม่ได้ขอจะมีความผิดอย่างไร นพ.สุระกล่าวว่า ต้องไปดูเนื้อหาว่าเป็นลักษณะชวนเชื่อ หรือเป็นเพียงการบอกว่าแพทย์สามารถทำอะไรได้บ้าง ทั้งนี้ การโฆษณาจะมี พ.ร.บ.สถานพยาบาล ควบคุมอยู่ จะต้องขออนุญาตเพื่อให้ประชาชนรับทราบว่าถูกต้องหรือไม่ แต่การโฆษณาผ่านการถ่ายทอดสดเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่คลินิกตกลงกับคนไข้ว่าขอถ่ายเป็นเคสรีวิว แลกกับการลดค่าบริการ ทำได้หรือไม่ นพ.สุระกล่าวว่า แค่เป็นการลดราคาก็ถือว่าเป็น อามิสสินจ้างแล้ว ซึ่งทำไม่ได้ แม้แต่การที่แพทย์ว่าจ้างรถรับจ้างให้ไปรับส่งคนไข้ที่คลินิกแล้วมีส่วนแบ่งให้ ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว แม้จะตกลงกับคนไข้แล้วก็ทำไม่ได้ เพราะมีราคาประกาศไว้อยู่แล้ว หากจะลดแล้วแลกกันก็ทำไม่ถูก การอาศัยเอาความที่เขามีเงินไม่พอ ทำแบบนั้นไม่ได้


