‘รองโจ๊ก’ แถลงปิดคดีบาร์นำเด็กค้าประเวณี-บังคับสาวคีร์กีซทำงานแก๊งคอลก่อนพามาค้ามนุษย์เครียดจนโดดตึก

31.10.22 | 19:07 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ สภ.พัทยา ชลบุรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 แถลงประชุมสรุปผลการสืบสวนติดตามจับกุมคดีอุกฉกรรจ์และคดีแรกกรณีจับกุมร้านลักลอบค้าประเวณีเด็กจากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองล่อซื้อบริการทางเพศเด็ก ร้านคอบร้า เบียร์ บาร์ ซอยบัวขาว หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และจับกุม น.ส.อรทนา โยธี อายุ 43 ปี เจ้าของร้านความผิดฐาน “แสวงหาประโยชน์จากเด็ก (เกิน 15 ปีไม่เกิน 18 ปี) จากการค้าประเวณีบังคับใช้แรงงานด้วยการฉ้อฉลฯ ค้ามนุษย์” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. สืบสวนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก น.ส.อรทนา ที่หมู่บ้านสวนเนรมิต ซอยชัยพฤกษ์ 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบบิลค่าเครื่องดื่มที่ระบุชื่อพนักงานร้าน เมื่อนำรายชื่อมาตรวจสอบพบมีรายชื่อพนักงานที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 10 คน จึงนำตัวเยาวชนทั้ง 10 คน เข้ากระบวนการคัดแยกเหยื่อ พบว่ามีเด็กที่เข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ 6 คน มีเยาวชน 2 ราย ถูกทางร้านให้ทำงานค้าประเวณีบริการลูกค้า จึงขยายผลออกหมายจับและจับกุมลูกค้าที่มาใช้บริการ 2 ราย เป็นบุคคลสัญชาติบริติชและสัญชาติเยอรมัน โดยดำเนินคดีความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย


คดีที่สอง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. น.ส.อนารา เซตาลีเยว่า อายุ 30 ปี สัญชาติคีร์กีซสถาน กระโดดตึกฆ่าตัวตายเหตุเกิดที่โรงแรม ถ.ทัพพระยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยสืบทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตอยู่ในระหว่างการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่บังคับมาค้าประเวณีที่ สภ.เมืองพัทยา จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้เสียชีวิตเข้าแจ้ง
ความร้องทุกข์กรณีที่ถูกแก๊งผู้ต้องหาชาวจีนบังคับให้มาค้าประเวณีทั้งใน สปป.ลาว และในประเทศไทยจำนวนหลายครั้ง โดยเมื่อประมาณเดือน ก.ค.ผู้เสียชีวิตถูกเอเยนต์ชาวจีนหลอกว่ามีงานเกี่ยวกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวใน สปป.ลาว รายได้เดือนละประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อไปถึงกลับเป็นงานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเงินจากผู้อื่น ผู้เสียชีวิตไม่สามารถทำได้แก๊งคนจีนจึงได้บังคับผู้ตายค้าประเวณีอยู่ที่ประเทศลาว ต่อมาวันที่ 27 ก.ค. แก๊งชาวจีนพาผู้เสียชีวิตเข้าประเทศไทยและนำไปบังคับค้าประเวณีให้กับลูกค้าที่กรุงเทพฯและเมืองพัทยา โดยข่มขู่ว่าหากหลบหนีหรือแจ้งตำรวจจะนำคลิปที่แอบถ่ายไว้ไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ต่อมาวันที่ 11 ก.ย. ผู้เสียชีวิตตัดสินใจขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตคีร์กีซสถาน ซึ่งอยู่ในประเทศมาเลเซีย ก่อนจะได้รับการติดต่อและส่งที่ปรึกษาทางกฎหมายเข้าให้การช่วยเหลือในคดีและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา วันที่ 14 ก.ย. จากนั้นเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อต่อเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตายในภายหลัง

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 15 ก.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำผู้เสียหายจนระบุตัวผู้ต้องหาแก๊งชาวจีนได้ 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.โรว หลี่ อายุ 27 ปี สัญชาติจีน น.ส.ซง เจี้ยน หลี่ อายุ 32 ปี สัญชาติจีน และนายหนิน เว่ย สุย อายุ 48 ปี สัญชาติจีน โดยนายหนิน เว่ย สุย ทำหน้าที่พาผู้เสียชีวิตไปส่งให้ลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ โดยหลังจากที่ถูกบังคับค้าประเวณีเสร็จ ผู้เสียชีวิตจะต้องให้ลูกค้าสแกนจ่ายเงินเข้าบัญชีของ น.ส.โรว หลี่ และ น.ส.ซง เจี้ยน หลี่ ต่อมาเมื่อวันที่  17 ก.ย. พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ กระทำการโดยการขู่เข็ญ ข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หลอกลวงกักขังหน่วงเหนี่ยว ใช้อำนาจมิชอบอันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น, เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น” และสามารถติดตามจับกุม น.ส.โรว หลี่ ได้ที่คอนโดเบล พระราม 9 ส่วนอีก 2 ราย อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 450/44 หมู่บ้านณัฐชา ซอยเฉลิมพระเกียรติ 6 หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้เสียชีวิตได้ให้ข้อมูลว่าเป็นสถานที่ที่เคยถูกแก๊งคนจีนกักขังไว้เพื่อบังคับค้าประเวณี ผลการตรวจค้นไม่พบผู้เสียหายเพิ่มเติม พบบุคคลอยู่ในบ้านดังกล่าว 3 คน คือนายหวัง กัง อายุ 45 ปี สัญชาติจีน (แฟน น.ส.โรว หลี่) นายอิสรา แซ่ม้า อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา (เป็นล่ามให้คนจีน) และนายธงชัย ลีโชติถาพร อายุ 40 ปี (คนขับรถ) เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าว แต่เนื่องจากพบการกระทำผิดอื่นอีกจึงจับกุมนายหวัง กัง ความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” และจับกุมนายอิสรา ดำเนินคดีความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้และเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย” ส่วนในกรณีการที่ผู้เสียชีวิตตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบจนปรากฏพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบภายในห้องพักผู้ตายพบว่า ผู้ตายมีอาการซึมเศร้าและต้องมีการทานยาเพื่อรักษาอาการ และยังพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือโดยบอกกับน้องสาวว่าจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง มีคลิปวิดีโอสั่งเสียกับน้องสาวจึงเชื่อว่าผู้ตายตัดสินใจฆ่าตัวตายเอง ไม่ได้มีบุคคลอื่นทำให้ตายแต่อย่างใด

Advertisement