โควิดขาลง แต่ป่วยหนักเสียชีวิตยังเป็นกลุ่ม 608 สธ.จ่อเปิดจุดวอล์กอิน บูสต์วัคซีนทุกช่วงวัย

1.11.22 | 11:16 น.

โควิดขาลง แต่ป่วยหนักเสียชีวิตยังเป็นกลุ่ม 608 สธ.จ่อเปิดจุดวอล์กอิน บูสต์วัคซีนทุกช่วงวัย

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเข้าประชุมติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทย ยังมีทิศทางจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อลดลง ผู้เสียชีวิตยังเป็นกลุ่ม 608 ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือยังไม่ได้เข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) ทั้งนี้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 พบว่า การฉีดเข็มกระตุ้นครอบคลุมเพียงร้อยละ 46.5

“อย่างไรก็ตาม คณะทำงานศูนย์ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลวัคซีน กรมควบคุมโรค ได้ติดตามประเมินประสิทธิผลของวัคซีนโควิด-19 จากการใช้จริงในประเทศไทย พบว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะเพิ่มประสิทธิผลในการป้องกันอาการป่วยรุนแรง คือ อาการปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ จากร้อยละ 60 ในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม เป็นร้อยละ 83 และ ร้อยละ 100 ในผู้ที่ได้รับครบ 3 เข็ม และ 4 เข็ม ตามลำดับ ป้องกันการเสียชีวิตจากร้อยละ 72 ในผู้ที่ได้รับครบ 2 เข็ม เป็นร้อยละ 93 และร้อยละ 100 ในผู้ที่ได้รับครบ 3 เข็ม และ 4 เข็ม ตามลำดับ” นพ.ธเรศกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากคำแนะนำของอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงมีนโยบายให้ประชาชนทุกคนรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เพราะเมื่อฉีดวัคซีนไปสักระยะหนึ่ง ภูมิคุ้มกันจะลดลงตามธรรมชาติ การฉีดเข็มกระตุ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยลดการป่วยอาการหนักและเสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนไปฉีดเข็มกระตุ้น หากฉีดเข็มล่าสุดมากกว่า 3-4 เดือนขึ้นไปแล้ว

ทางด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สธ.ได้มีมาตรการเร่งรัดการฉีดวัคซีน โดยขยายไปยังทุกกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าว โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย (มท.) จะค้นหาเชิงรุกกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เร่งรัดฉีดเด็กนักเรียนในโรงเรียน ขณะที่ กระทรวงแรงงานเร่งรัดในกลุ่มวัยแรงงาน เป็นต้น

“และในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึงต่ำกว่า 5 ปี จะมีการจัดฉีดวัคซีนเชิงรุกในศูนย์เด็กเล็ก หรือสถานสงเคราะห์เด็กที่มีโอกาสติดเชื้อและแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) นอกจากนี้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอัตราการเสียชีวิตให้น้อยลง

Advertisement

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ประเทศไทยมีวัคซีนเพียงพอสำหรับคนทุกคน จึงขอความร่วมมือสถานพยาบาลทุกแห่งจัดกิจกรรมรณรงค์การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเพิ่มช่องทางบริการวอล์กอิน (Walk-in) หรือมีหน่วยฉีดเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการฉีดวัคซีนได้ง่ายและพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลเพิ่มความครอบคลุมวัคซีนได้เร็วยิ่งขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.1422” นพ.โสภณกล่าว