‘ปานเทพ’ ลั่น! ถ้าเห็นแก่ ปชช.จริง ต้องเลื่อน พ.ร.บ.กัญชาฯ เป็นวาระด่วน ไม่ทันสมัยประชุมต้องให้คนไทยตัดสิน
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ … ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณา พ.ร.บ.กัญชาฯ ในการประชุมสภาสมัยสุดท้าย ว่าตามที่ กมธ.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ โดยประกอบด้วย กมธ.เสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย
จากนั้นร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ก็เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาการแปรญัตติรายมาตรา ซึ่งในทุกมาตราก็จะมีความเห็นจากทั้ง กมธ.เสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติ โดยเมื่อถึงกระบวนการพิจารณาในสภา ผู้ที่สงวนคำแปรญัตติต้องยกมืออภิปรายถึงสาเหตุที่ไม่เห็นด้วย เพื่อให้ กมธ.เสียงข้างมากชี้แจงเหตุผลด้วย
ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีสิทธิอภิปรายได้เต็มที่เพื่อตัดสินใจลงมติเห็นด้วยในรายมาตรานั้นๆ หรือเห็นด้วยกับการสงวนคำแปรญัตติของ กมธ.เสียงข้างน้อย
“ย้ำว่า เมื่อพูดถึง กมธ.มีพรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคใน กมธ. ซึ่งสามารถสงวนคำแปรญัตติได้ตามกลไกปกติ ฉะนั้น หากไม่มีการสงวนคำแปรญัตติไว้ ก็แปลว่าเสียงจากตัวแทนพรรคการเมืองเห็นด้วยมาตรานั้นๆ ที่ไม่ต้องแก้ไข แต่ไม่ว่าผลจะออกอย่างไร แม้ว่าเสียงข้างมากของ ส.ส.เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก แต่กลไกต้องถูกแก้ไขทันที หาก ส.ส.ไม่เห็นด้วยก็ใช้สิทธิในการอภิปรายอย่างเต็มที่ เมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นก็จะเป็นร่างที่มีการแก้ไขตามเสียงข้างมากของ ส.ส.ในทุกมาตรา แล้วไปพิจารณาอีกในชั้นวุฒิสภา เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พิจารณาว่าเห็นด้วยหรือให้แก้ไข ถ้าแก้ไขเพียงเล็กน้อยก็อาจให้การรับรองมติ หรือถ้าต้องแก้ไขมากก็อาจต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง ส.ส.และ ส.ว.เพื่อไปหาข้อยุติ” นายปานเทพกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ในการประชุมสภาสมัยสุดท้ายจะทันเวลาก่อนปิดประชุมหรือไม่ เพราะประชาชนต้องการความชัดเจน นายปานเทพกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการประวิงเวลา เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร
“เราต้องมีกฎหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราเคารพเสียงข้างมากของ ส.ส.และ ส.ว.อยู่แล้ว ฉะนั้น อยากเห็นมากที่สุดคือการเลื่อนวาระพิจารณา พ.ร.บ.กัญชาฯ จากวาระที่ 5 ที่ต่อจาก พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า และ พ.ร.บ.ระบบราง ให้มาเป็นวาระเร่งด่วนด้วย เพราะ ส.ส.เห็นว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะ และห่วงใยสังคมตามที่มีการแถลงข่าวใน 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ส.จะต้องลงมติเพื่อให้ทันสมัยประชุมนี้
หากสังคมเห็นว่า ส.ส.ต้องห่วงใยเรื่องนี้ ท่านควรเลื่อนร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ มาเป็นวาระเร่งด่วน พิจารณาตามรายมาตรา ไม่ต้องให้กลับไปทบทวน เพราะเราทบทวนมาและยืนยันตามมติเดิม ไม่ได้แปลว่า กมธ.ถูกบีบบังคับให้เห็นด้วยกับ ส.ส. แต่ต้องมีเหตุผลเพื่อไปอภิปรายในสภา ฉะนั้น ส.ส.ก็มีหน้าที่ในสภา ซึ่งคาดว่าวันนี้วิป ส.ส.จะหารือกันว่าจะยอมให้เลื่อนหรือไม่ ถ้าหากไม่เลื่อนก็ไม่แน่ใจว่าหมดสมัยประชุมนี้จะมีโอภาสพิจารณา พ.ร.บ.กัญชาฯ หรือไม่” นายปานเทพกล่าว
เมื่อถามว่าการประวิงเวลาเป็นข้อต่อรองทางการเมืองหรือไม่ นายปานเทพกล่าวว่า เรื่องนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะทั่วโลกที่มีการทำให้กัญชาถูกกฎหมายก็มีข้อขัดแย้งทางการเมือง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และเภสัชกรมีการขัดผลประโยชน์รวมในนั้นด้วย ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่สังคมหรือประชาชนไม่เห็นพ้องด้วย แต่เมื่อไรที่นักการเมืองไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ก็จะไปชี้ขาดบนเวทีใดเวทีหนึ่ง เช่น แคนาดา ก็มีเวทีลงประชามติ หรือการที่ประชาชนไปลงคะแนนเสียงให้กับพรรคการเมืองที่เขาเห็นว่าจะเป็นทางออกให้กับเรื่องกัญชาตามวาระที่เขาต้องการ
“ในที่สุดผู้แทนปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ฟังเสียงปวงชนชาวไทยว่าคิดเห็นว่าอย่างไร มากกว่าที่จะฟังกลุ่มวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หรือผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมคิดว่าในเวทีนี้ไม่ว่า ส.ส.จะลงมติอย่างไรประชาชนจะเป็นผู้ชี้ขาดในการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง” นายปานเทพกล่าว
เมื่อถามต่อว่าหลายคนมองหากร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ก็จะเป็นผลงานของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่เสนอเรื่องนี้ นายปานเทพกล่าวว่า ตนอยากเรียนให้ทราบว่า การคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นผลงานของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นั้นไม่ถูกต้อง เพราะ ภท.เสนอมา 45 มาตรา จากนั้นมีการเห็นพ้องต้องกันในขั้นรับหลักการไปหมดแล้ว ส่วนการเพิ่มมา 50 มาตรา ที่เป็นมาตรการควบคุมเกิดจาก กมธ.ที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองอื่น ทั้งพรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ
“ฉะนั้น ปัจจุบันร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เป็นของ กมธ. ไม่ใช่ร่างของ ภท. แต่เป็นร่างผสมผสานระหว่างพรรคการเมืองอื่นที่ร่วมเสนอความเห็น ฉะนั้น การมีส่วนผสมแบบนี้ไม่ใช่ร่างของ ภท. ไม่ใช่ผลงานของ ภท.พรรคเดียว หากร่างนี้สำเร็จก็จะเป็นความสำเร็จร่วมกันของ ส.ส.ทุกพรรค” นายปานเทพกล่าว

