วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก. สภ. ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิด เพื่อป้องปราม ป้องกัน และเป็นหลักฐานแนวทางการสืบสวนสอบสวนในการคลี่คลายคดีต่าง ๆได้เป็นอย่างดี แต่ที่ผ่านมากล้องของตำรวจมีจำนวนจำกัด และการประสานขอข้อมูลภาพจากกล้องของภาคเอกชนต้องใช้ระยะเวลามาก จึงทำให้พลาดการติดตามจับกุมคนร้าย จึงเกิดแนวคิดในการรวบรวมข้อมูลเชื่อมโยงระบบสัญญาณจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดในพื้นที่ให้สามารถตรวจสอบได้ ณ จุดเดียวขึ้น เพื่อสร้างระบบความปลอดภัย ตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติ ป้องกัน ป้องปราม ระงับเหตุร้าย และสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กำหนดให้ สภ.ชะอำ เป็นพื้นที่นำร่อง ขณะนี้โครงการคืบหน้าไปประมาณ 30% สามารถเชื่อมโยงสัญญาณจากกล้องวงจรปิดจากหน่วยงานภาครัฐบริเวณ ถ.เพชรเกษม และในเขตเทศบาลเมืองชะอำ ได้กว่า 360 ตัว และกำลังประสานขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ อ.ชะอำ ซึ่งมีจำนวนกว่า 100 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมตามเป้าหมายเมื่อโครงการดังกล่าวสมบูรณ์เรียบร้อย คาดว่าจะมีกล้องที่สามารถเชื่อมโยงได้เกือบ 2,000 ตัว ครอบคลุมทั้งพื้นที่ทั้งหมด สามารถสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินในสถานประกอบการ เหมือนกับมีตำรวจคอยเฝ้าดูสถานการณ์ให้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา สร้างจุดขายที่เข้มแข็งให้กับสถานประกอบการและให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยมากขึ้น คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายน จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ และสามารถใช้บริการได้เต็มศักยภาพภายในเดือนธันวาคมปลายปีนี้ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ จะมีการเชื่อมต่อสัญญาณไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรีเพื่อขยายขอบเขตการทำงานในระดับจังหวัดด้วย
พ.ต.อ.ภคินกล่าวต่อไปว่า โครงการนี้เป็นการป้องกันความปลอดภัยในพื้นที่ส่วนรวม การเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดในสถานประกอบการ ตำรวจไม่ได้ต้องการเข้าไปจับผิดหรือรุกล้ำความเป็นส่วนตัว แต่จะเน้นพื้นที่ที่เป็นสาธารณะ อาทิ ทางเข้าออกหลัก บริเวณโดยรอบ ฯลฯ ผู้ประกอบการสามารถจำกัดขอบเขตของกล้องวงจรปิดที่ให้ได้ นอกจากนี้การตรวจสอบภาพจะไม่ได้ทำตลอดเวลา ตำรวจจะเลือกเข้าดูขณะมีเหตุการณ์ต้องสงสัย หรือการสืบหาข้อมูลการสืบสวนสอบสวน และที่สำคัญระบบจะมีการตั้งรหัสผู้มีสิทธิ์ในการตรวจสอบเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าดูได้

“ ในส่วนการทำงานของกล้องวงจรปิดนั้น นอกจากจะใช้ตรวจสอบข้อมูลแนวสืบสวน หาทิศทางผู้ก่อเหตุเพื่อสกัดจับ หากต้องการสำรวจการจราจรก็สามารถตั้งค่าในตัวโปรแกรมว่าเกิดปัญหาจุดใดแล้วส่งข้อความแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ได้ นอกจากนี้ระยะต่อไปจะเพิ่มระบบเซ็นเซอร์แผ่นป้ายทะเบียนรถให้คอมพิวเตอร์เป็นหน่วยความจำบันทึกข้อมูลรถหาย ข้อมูลรถต้องสงสัยทั้งประเทศ เพื่อตรวจทะเบียนรถและแจ้งเจ้าหน้าที่โดยอัตโนมัติ เพิ่มระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบริเวณชายหาด อาทิ การวิ่งไล่ การรวมกลุ่ม แตกกลุ่มฯลฯ และในอนาคตจะเชื่อมต่อกับวัด สถานศึกษาในพื้นที่ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด และเพิ่มจุดการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่สุ่มเสี่ยงเพิ่มเพื่อขยายขอบเขตโครงการ” ผกก. สภ. ชะอำกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี มีการดำเนินการโดยใช้ระบบกล้องวีดีโอวงจรปิดในภาพรวมวงกว้างทั้งจังหวัด และใช้ประโยชน์ในการเฝ้าป้องกันระวังและใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนติดตามจับกุมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะเห็นได้ว่ามีหลายคดีที่สามารถคลี่คลายด้วยภาพจากวงจรปิดมากมาย แต่เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้นจึงได้มอบให้ สภ.ชะอำ เป็นพื้นที่นำร่องโครงการดังกล่าวในระดับอำเภอ หากสำเร็จสมบูรณ์ ต่อไปจะมีการดำเนินการทุกอำเภอทั้งจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากขึ้นหลายเท่าตัว.

