ทัวร์ศูนย์เหรียญบานค้นบ้านอดีตรมต.-ฟันอาญา พ.ต.ท.-ร.ต.อ.ช่วยเหลือผู้ต้องหา (มีคลิป)

1.11.22 | 17:53 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงนำทีมการปฏิบัติ บช.น., บช.ภ.1, บช.ภ.2, บช.ภ.4 , บช.ภ.7 ,บช.ภ.8 ,บช.สอท. ,บช.ปส. , บช.สตม. บช.ทท. และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ 700 นาย กระจายกำลังปฏิบัติการเข้าตรวจค้นตามบ้าน อาคาร ที่พัก เพื่อเสาะหาพยานหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด อาวุธปืน และบ่อนการพนัน เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีเจ้าของสถานประกอบการท็อปวัน ร้านจินหลิง เบบี้เฟซและคลับวัน พัทยาโดยขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้น 35 จุด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ 17 จุด ชลบุรี 11 จุด สมุทรปราการ 2 จุด ชุมพร 2 จุด นนทบุรี 1 จุด สมุทรสาคร 1 จุด และขอนแก่น 1 จุด โดยมีจุดน่าสนใจอยู่ที่บริเวณบ้านของนายเดวิด หรือ สุ่ย ไท่ เหว่ย บริเวณซอยเจริญมิตร ถ.สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.ซึ่งเป็นผู้บริหารร้านเบบี้เฟซ ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.


พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าผลการตรวจค้นพบรถหรูป้ายแดงจำนวนหลายคันมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยพบพิรุธข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารการครอบครองรถดังกล่าวซึ่งจะต้องยึดเพื่อตรวจสอบรวมทั้งสุรา บุหรี่ เอกสารสำคัญต่างๆและโทรศัพท์มือถืออีกหลายรายการ จึงนำมาตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงผิดกฎหมายดังกล่าว เบื้องต้นนายเดวิด ถูกแจ้งข้อหาช่วยซ่อนเร้นช่วยกันจำหน่ายฯ ตามความผิดกฎหมายศุลกากร และความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสรรพสามิต กรณียึดสิ่งของผิดกฎหมายประกอบไปด้วยรถยนต์และสุราผิดกฎหมาย จากข้อมูลพบว่านายเดวิด แต่งงานมีภรรยาเป็นคนไทย นายเดวิดยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ สถานบริการที่ผิดกฎหมายและประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนข้อมูลการซื้อรถยนต์ของนายเดวิด พบว่านำเงินสดจำนวนหนึ่งไปฝากให้เพื่อนคนไทยซื้อ ทางตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดการกระทำลักษณะของกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ ส่วนนายเดวิด มีความเชื่อมโยง กับนายทุนจีน ที่ทำธุรกิจสถานประกอบการในพื้นที่ชลบุรี แต่ในส่วนของสถานประกอบการจินหลิง ตำรวจมีข้อมูลแล้วว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ซึ่งนายเดวิด ไม่ใช่เจ้าของจินหลิง โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะมีการตรวจสอบกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งขยายผลถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ และนำมาดำเนินคดีทุกราย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจากกรณีดังกล่าวแล้วระหว่างการสอบสวนคดีที่มีการเข้าตรวจค้นร้านจินหลิงในพื้นที่สน.ยานนาวา มีการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ถูกตรวจพบสารเสพติดกว่า 104 ราย รวมทั้งดำเนินคดีกับผู้ดูแลร้านคนไทย 1 รายนั้น สืบทราบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหาบางราย โดยการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อเร่งให้มีการส่งตัวผัดฟ้องต่อศาลและได้รับประกันตัวในชั้นศาล และประสานให้มีการปล่อยรถยนต์ของกลางที่มีการยึดไว้ตรวจสอบคืนให้กับผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวเพิ่มเติม 3 ราย ประกอบด้วย1. พ.ต.ท.คมไพร ทองลาด รอง ผกก.จร.สน.ลาดพร้าวถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ให้ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่เจ้าพนักงานใน ตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่” 2. พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ พิมมา พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.ยานนาวา และ3. ร.ต.อ.สมยศ บุญณะแก้ว พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ยานนาวาถูกดำเนินคดีฐาน “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” โดยจะมีการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว และจะนำตัวมาดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทุกราย ไม่มียกเว้นอย่างแน่นอน

Advertisement

รองผบ.ตร. กล่าวว่าส่วนกรณีคลับวันพัทยาพนักงานสอบสวน สภ.พัทยา ขอหมายจับนายนิติพัฒน์ หรือ โกเอี่ยว โชคชัยธนพร ที่อ้างว่าตำรวจรับส่วย โดย พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 จับนายนิติพัฒน์ แล้วและให้ตำรวจ สภ.พัทยา ขยายผลอยู่ เบื้องต้นพบว่ามีพฤติกรรมเป็นนอมินีทำธุรกิจแทน โดยอยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีการออกเอกสารจากกรมการปกครอง ให้กับนายนิติพัฒน์ ถูกต้องหรือไม่และตำรวจตม.มุกดาหารจับนายหยู่ ฉาง เฟย เจ้าของขณะเตรียมหลบหนีผ่านด่านไปยังประเทศลาว อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เบื้องต้นต้องตรวจสอบว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่เนื่องจากพบว่าผู้ต้องหาขออนุญาตอยู่ในประเทศไทยในฐานะนักเรียนหากพบว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเอื้อผลประโยชน์ส่วนนี้ จะต้องมีการดำเนินการต่อไป เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานำหมายศาลเข้าตรวจค้นที่พักนักการเมืองไทยที่เป็นอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทุกกรณีที่มีการพาดพิงถึง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กล่าวภายหลังร่วมแถลงข่าว ว่าในไทยมีกลุ่มทุนจีนใหญ่ๆ ทั้งหมด 5 กลุ่ม ที่เรียกกันว่า ‘ 5 เสือจีนเทา’ คือ กลุ่มของนายเดวิด นายฉางเฟย นายโทนี่ นายเอี่ยวและชายชาวจีน (สงวนชื่อ) ซึ่งถูกรวบตัวแล้ว 4 คน เหลืออีก 1 คน โดยกลุ่ม 5 เสือจีนเทา ถือเป็นกลุ่มทุนที่เงินหนาทำธุรกิจสีเทาในไทยโดยใช้นอมินี สวมสัญชาติไทยของคนตาย ชอบติดสินบนและมีคอนเนคชั่นเยอะธุรกิจส่วนใหญ่ที่กลุ่มทุนจีนเหล่านี้ทำมักเป็นแบบศูนย์เหรียญใช้ทรัพยากรคนจีนซ่องสุมการกระทำความผิดในไทยซึ่งคนไทยก็เสียประโยชน์ และหลังจากที่จับกุมคนจีนเหล่านี้ได้แล้วสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไม่ให้คนจีนเหล่านี้ดิ้นหลุด คือการตรวจเส้นทางการเงินที่จะเป็นหลักฐานชั้นดีรวมถึงเตรียมพร้อมด้านกฎหมายให้แม่น เนื่องจากคนจีนกลุ่มสีเทามักจะมีคอนเนคชั่นเยอะ การปราบปรามทุนจีนสีเทา ถือเป็นเรื่องที่ต้องจัดการมานานแล้ว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ แต่ก็มองว่าต้องให้เวลาตำรวจทำงานแต่การเดินหน้าปราบอย่างจริงจังถือเป็นการส่งสัญญาณถึงกลุ่มคนจีนสีเทาแล้วว่าให้กลุ่มทุนจีนสีเทาออกไปจากประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานวันเดียวกัน เวลา 01.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ร่วมกันนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นสถานบริการ 7 จุด ในเขตพื้นที่กทม.ประกอบด้วย1. ร้าน Asgard ถนนประชาอุทิศ แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. 2. ร้าน Booze ถนนประชาอุทิศ แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. 3. ร้าน Hollywood ถนนรัชดาภิเษก แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. 4. ร้าน K Bangkok อาคารอาร์ ซี เอ พลาซ่า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 5. ร้าน Joy Luck อาคารอาร์ ซี เอ พลาซ่า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 6. ร้าน Space Plus อาคารอาร์ ซี เอ พลาซ่า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 7. ร้าน Baby Face ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.โดยตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดจากผู้ที่ใช้บริการสถานที่ดังกล่าวรวมกว่า 329 ราย พบผู้มีสารเสพติดในร่างกาย1 ราย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากร้าน Hollywood ซึ่งจะส่งดำเนินคดีต่อไป นอกจากกรณีดังกล่าวแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ