เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 ร่วมกันแถลงเปิดปฏิบัติการ “ล้มไม้ค้ำ ริดกิ่งก้าน” ร่วมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักอาศัยและใช้ในการกระทำความผิดกลุ่มบุคคลขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 จุด จุดที่ 1 บ้านเลขที่ 396/63 ซอยกาญจนาภิเษก 50 แขวงดอกไม้ แขวงประเวศ กทม. พบชายชาวจีน 3 คน หญิงชาวจีน 2 คน และคนไทย 3 คน 1.นายพรชัย (สงวนนามสกุล) คนขับ MR.LIN YIAN) 2.น.ส.เสี่ยวจือ (สงวนนามสกุล) แม่บ้าน 3.นางรุ่งนภา (สงวนนามสกุล) แม่บ้าน 4.MR.XIAO JIANWEN คนดูแลบ้าน 5.MRS. XUE WANG เพื่อน MR.LIN YIAN) 6.MR.FEIXIONG CHEN เพื่อน MR.LIN YIAN 7.MRS.YULIAN LI เพื่อน MR.LIN YIAN และ 8.MR.LIN YIAN อายุ 25 ปี ถือหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชา พร้อมตรวจยึด 1.รถยนต์ CHEVROLET CORVETTE ป้ายแดงทะเบียน ฬ-2258 กรุงเทพมหานคร 2.รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 3 ขด 7517 กรุงเทพมหานคร 3.รถยนต์เบนซ์ GLS 350D ป้ายแดง ทะเบียน ล-4669 กรุงเทพมหานคร 4.รถจักรยานยนต์ดูคาติ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 5.รถจักรยานยนต์ monkey ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 6.สุราจีน 50 ขวด 7.สุราต่างประเทศ 8 ขวด 8.โทรศัพท์มือถือ 13 เครื่อง 9.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง 10.เงินสด 7 ล้านบาท
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า จุดที่ 2 หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง บางนา-อ่อนนุช แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.ของนาย LIN YIAN พบชายชาวจีน 1 คน และคนไทย 2 คน 1.นายหลี ชิงอาน เป็นบิดาของ นาย LIN YIAN 2.นายอดิศร (สงวนนามสกุล) 3.น.ส.ธนสุธางศ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมตรวจยึด 1.รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ (ป้ายแดง) 3 คัน 2.นาฬิกาหรูยี่ห้อ Patek Philippe 1 เรือน 3.เงินสด 7.5 ล้านบาท 4.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย 1 เล่ม 5.บัตรประจำตัวประชาชน ชื่อนายยะปะสอ สวรรยาคีรี 6.หนังสือเดินประเทศไทย ชื่อนายยะปะสอ สวรรยาคีรี
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จุดที่ 3 คอนโดซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ของนาย LIN YIAN พบชายชาวจีน 2 คน หญิงชาวจีน 2 คน 1.นายลี เสี่ยว เฉียง 2.นายลิน ปิงเจอ 3.นางสาวจาง ลุ่ยปิง 4.นางสาวจาง ลุ่ยจวน ตรวจยึดทรัพย์สินภายในห้องพักดังกล่าวอีกหลายรายการ เช่น 1.เงินสด 28 ล้านบาท 2.กระเป๋าแบรนด์เนมหรู 8 ใบ 3.บุหรี่ต่างประเทศ จากนั้นเมื่อนำบัตรประจำตัวประชาชนที่ตรวจยึดมาตรวจสอบกับสารบบทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ปรากฏว่าเลขประจำตัวประชาชนดังกล่าว นายทะเบียนออกให้กับบุคคลอื่น (ใบหน้าไม่ตรงกัน) จึงเชื่อว่าเป็นการปลอมบัตรประจำตัวประชาชน จากนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา MR.LIN YIAN ว่า “ปลอมบัตรประจำตัวประชาชน” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบนายลี เสี่ยว เฉียง พบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาต จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และพบว่านายลิน ปิงเจอ ครอบครองสุราต่างประเทศหลายยี่ห้อเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ครอบครอง จึงแจ้งข้อกล่าหาว่า “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน” และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า การปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ตำรวจตรวจยึดรถยนต์หรู, เงินสด, รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม และทรัพย์สินต่างๆ รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบความ ถูกต้องและความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่แจ้งความไว้ในระบบการรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ บช.สอท.ยังคงมุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการเชิงรุก ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวอีกว่า ปฎิบัติการ “ล้มไม้ค้ำ ริดกิ่งก้าน” ทาง พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการหลอกลวงข่มขู่ให้เกิดความเกรงกลัวหรือคดีคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาชาวต่างชาติเสียชีวิตเพราะยาเสพติดในสถานบันเทิง และสถานบริการเปิดให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการพนัน โดยเจ้าของกิจการหรือสถานบริการ ล้วนเป็นนักลงทุนต่างชาติ บก.สอท.1 รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่าสืบเนื่องจากกรณี บช.น.นำหมายเข้าตรวจค้นสถานบริการจินหลิง ย่านยานนาวา เขตสาทร กทม. พบกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน 237 คน นอกจากนั้น พบพนักงานและบุคคลชาวกัมพูชา และชาวไทย ในบริเวณอาคารดังกล่าวอีก 29 คน ตรวจยึดรถยนต์หรูกว่า 30 คัน เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของว่ามีส่วนร่วม รู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือมีพฤติการณ์อันเข้าข่ายฟอกเงิน หนึ่งในรถยนต์หรูที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้นั้นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน เป็นผู้ขับ มีชายชาวจีนเป็นเจ้าของรถยนต์ ซึ่งชายชาวจีนคนดังกล่าวคือกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์แต่ถือหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาในการเดินทางและยังมีหนังสือเดินทางของประเทศต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสวมสิทธิเป็นคนไทยมีบัตรประจำตัวประชาชน เงินที่ได้จากการหลอกลวงจะถูกนำมาฟอกด้วยการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ซื้อบ้านหรู คอนโดหรู รถยนต์หรูและทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก มีการจ้างบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันตลอดเวลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายค้นดังกล่าว

