กทม. เตรียมเปิดแจ้งเตือนฝุ่นผ่านไลน์ กลาง พ.ย.นี้ – ขยาย “ไม่เทรวม” ทั้ง 50 เขต – เล็งเปิด Dog Park สวนรถไฟ สวนเบญจสิริ สวนลุมพินี
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ลานสนามหญ้า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. และโฆษกของ กทม. แถลงข่าวความคืบหน้านโยบาย “สิ่งแวดล้อมดี” ซึ่งประกอบไปด้วย เรื่อง PM2.5 การแยกขยะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และถนนสวย 50 เขต
นายพรพรหมกล่าวว่า กทม.จะเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนและช่องทางสำหรับประชาชนในการรับการแจ้งเตือนและรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทาง แอพพลิเคชั่น Air BKK เฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร ผ่านทางไลน์ หรือ Line Alert จะเปิดให้บริการได้กลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใน 10-20 เขต จะมีการแจ้งเตือนทันที และจะมีการนำผลการตรวจวัดฝุ่นไปแสดงบนป้ายจราจรอัจฉริยะ 90 ป้าย ใน 20 เขต รวมทั้งการจัด หลักสูตรห้องเรียนสู้ฝุ่น และเครื่องตรวจวัดค่าฝุ่นเบื้องต้น 33 โรงเรียน และพร้อมขยายไปยังโรงเรียนอื่นต่อ พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุหากมีค่าฝุ่นเกินกว่ามาตรฐาน เช่น การแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น การเปิดห้องปลอดฝุ่น ดูแลให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเด็กเล็ก นอกจากนี้ ประชาชนสามารถถ่ายรูปรถควันดำแจ้งมายังทราฟฟี่ฟองดูว์ได้

นายพรพรหมกล่าวว่า ส่วนนโยบายการแยกแยะ ได้ขยายผลพื้นที่นำร่อง “ไม่เทรวม” แยกขยะจากต้นทาง โดยจะเริ่มดำเนินการในเส้นทางนำร่องของ 3 สำนักงานเขต ได้แก่ เขตหนองแขม เขตพญาไท และเขตปทุมวัน รณรงค์แยกขยะเศษอาหารออกจากขยะทั่วไป จากการดำเนินงาน 57 วันที่ผ่านมา (5 กันยายน -31 ตุลาคม) แยกขยะเศษอาหาร 52,905 กิโลกรัม สามารถลดจำนวนคาร์บอนได้กว่า 60.68 ตันคาร์บอน เทียบได้กับเที่ยวบิน 354,128 กิโลเมตร ทั้งนี้ ประชาชนที่ไม่ได้อยู่เส้นทางนำร่อง สามารถเข้าร่วมโครงการ “ไม่เทรวม” โดยแจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ เพื่อให้ทางสำนักงานเขตจัดสรรรถเก็บขยะเศษอาหารที่ประชาชนคัดแยกไว้แล้ว ซึ่งจะเปิดลงทะเบียนในเดือนนี้ และเริ่มจัดเก็บได้ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ครบทั้ง 50 เขต
นายพรพรหมกล่าวว่า ส่วนนโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปัจจุบันทุกสำนักงานเขตหาพื้นที่พัฒนาสวน 15 นาที ได้แล้ว ปัจจุบันมี 57 สวน รวมพื้นที่ทั้งหมด 4,572 ไร่ ซึ่งรับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ในส่วนของต้นไม้ล้านต้น มียอดจองปลูก 1,641,310 ต้น และปลูกแล้ว 168,658 ต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย.65 เวลา 11.00 น.) รวมถึงโครงการถนนสวย ปัจจุบันมีถนนเข้าร่วมทั้งสิ้น 54 สาย ความยาวรวม 138.47 กิโลเมตร สำหรับแนวทางการเข้าร่วมโครงการต้นไม้ล้านต้น ภาคประชาชน สามารถปลูกต้นไม้ตามคำแนะนำในคู่มือต้นไม้ และลงทะเบียนต้นไม้ผ่าน LINE OA tomorrowtree หรือปลูกอนาคต ส่วนภาคเอกชน มี 3 แนวทาง คือ ปลูกต้นไม้ บริจาคกล้าไม้ หรือจองซื้อกล้าไม้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายพรพรหมกล่าวว่า สำหรับการเปิดพื้นที่สวนสาธารณะให้ประชาชนพาสุนัขเข้ามาใช้ หรือ Dog Park ที่เปิดล่าสุด ที่สวนเบญจกิติ มีจำนวนผู้ใช้บริการ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน – 10 ตุลาคม จำนวน 4,208 ตัว จำนวนสุนัขที่ลงทะเบียน 1,809 ตัว และมีแนวทางในการพิจารณาเปิดสวนหมา Dog Friendly Zone อีก 3 สวน ได้แก่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนอุทยานเบญจสิริ และสวนลุมพินี ซึ่งในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้จะมีเวทีรับฟังความคิดเห็นที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ในเวลา 16.00 น. บริเวณศาลาแดง (ริมบึงน้ำ) ประตู 1
ด้านนายเอกวรัญญูกล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินงานตามนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี อย่างต่อเนื่องตลอดโดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมกับขอเชิญชวนให้ประชาชนกรุงเทพฯมาร่วมทำเมืองให้น่าอยู่ไปด้วยกัน

