เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางมีน๊ะ เทศอาเส็น อายุ 40 ปี ชาว ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล มารดาของหนูน้อยวัย 6 ขวบ ซึ่งถูกกำแพงในบริเวณตลาดสด ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พังทับจนเสียชีวิตขณะวิ่งเล่น โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ได้เดินทางมาพร้อมทนายความอาสา มายัง สภ.เมืองสตูล หลังพยายามติดตามคดีลูกชายแต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา กำแพงด้านหลังตลาด “ตั้งจิตศิล” ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเป็นกำแพงมีความยาวเหลืออยู่เพียงประมาณ 3 เมตร สูง 1 เมตร โดยก่อนหน้านี้พื้นที่กำแพงบางส่วนได้ถูกผู้รับเหมาก่อสร้างของเทศบาลตำบลคลองขุดรื้อออก เพื่อก่อสร้างคูระบายน้ำ แต่ยังคงมีกำแพงเหลืออีก 1 แผง ที่ไม่มีการรื้อออก เกิดล้มทับ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) วัย 6 ขวบ นักเรียนอนุบาล ที่ไปวิ่งเล่นแถวนั้น เป็นเหตุให้ก้อนอิฐที่ก่อสร้างกำแพง พังถล่มทับร่างและกะโหลกศีรษะหนูน้อยวัย 6 ขวบยุบ เสียชีวิตคาที่ จากการตรวจสอบพบว่า กำแพงดังกล่าวก่อสร้างผิดแบบมาตรฐาน เพราะไม่มีโครงเหล็กยึด ทำให้กำแพงไม่มีความคงทน
จนล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูลเจ้าของคดี ได้เชิญเทศบาลตำบลคลองขุด เจ้าของตลาดสด และผู้รับเหมาก่อสร้างของเทศบาลตำบลคลองขุด และแม่ของหนูน้อยวัย 6 ขวบ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและพูดคุยกรณีการเยียวยาให้ความช่วยเหลือครอบครัวเจ้าทุกข์
ก่อนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน นางมีน๊ะ เทศอาเส็น ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุ ยังไม่มีใครมาแสดงความรับผิดชอบ มีทางตลาดสดมาเสนอให้เงินเยียวยาจำนวน 30,000 บาท แต่ตนไม่รับ เพราะไม่คิดว่าจะมีการตีค่าราคาลูกของตนแบบนี้ ตนเองไม่ได้คิดเรื่องเงินที่จะช่วยเหลือ แต่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว มีแต่การพูดแต่ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม พร้อมขอให้สื่อมวลชนช่วยตามเรื่องและขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนด้วย ไม่อยากให้มองว่าเด็กตายคนเดียวก็จบ ส่วนทางเทศบาลตำบลคลองขุดเองก็ไม่ติดต่อมา อ้างว่าไปหาที่ตลาด ที่บ้าน โดยตนเองก็ไม่ได้ไปไหน จึงขอให้คนที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบ
หลังมีการหารือเจรจากับทุกฝ่าย ที่ห้องพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล ร.ต.อ.วิรัตน์ สุขธร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจกับคดีนี้ และจากผลการเจรจาเป็นที่น่าพอใจ หลังเชิญเจ้าทุกข์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีมาพูดคุย แม่เด็กได้ยื่นเรื่องขอเยียวยา จากความสูญเสียบุตรในครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน 5 แสนบาท โดยเบื้องต้น มีการช่วยเหลือเยียวยาก่อนจำนวนเงิน 2 แสนบาท จากเจ้าของตลาดสด และผู้รับเหมาก่อสร้างคูระบายน้ำของเทศบาลตำบลคลองขุดคนละ 1 แสนบาท ในส่วนการช่วยเหลือจากท้องถิ่นเทศบาลตำบลคลองขุดจะมีคำตอบให้อีกครั้งหนึ่งถึงแนวทางการช่วยเหลือครอบครัวแม่เด็ก
ส่วนทางคดี ขณะนี้ได้มีการเรียกสอบปากคำหลายฝ่ายแล้ว ยังเหลืออีกไม่กี่ปากคาดว่าจะสรุปผลทางคดีในอีกไม่ช้า ในข้อกล่าวหา “ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” สำหรับคู่กรณีนั้นยังเปิดเผยไม่ได้

